เป็นที่ฮือฮาก่อนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่มีการไล่หาซื้อเลข 2 ตัวท้าย “22” กันแทบพลิกแผ่นดิน ใครอยากได้มาครอบครองก็ต้องลงทุน ควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มจากราคาใบละ 80 บาท ขึ้นไปเป็น ใบละ 300 -400 บาท บางพื้นที่ใช้วิธีการประมูลใครให้ราคาสูงสุดได้ไปครอบครอง

ซึ่งทำให้เห็นว่า “ความเชื่อ – โชคลาภ-ศรัทธา” แยกกันไม่ออกจากความรู้สึกของคนไทย “อะไรที่ว่าดี ว่าใช่” ก็จะคล้อยตามไป แม้ว่าจะเป็นความผิดทางกฎหมายทั้งผู้ซื้อ – ผู้ขาย ก็ยอม

โดยที่มาของเลขดังนั้นเช่น 22 คอหวยได้มาจากทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรี ที่ใช้นั่งไปปฏิบัติภารกิจ ส่วนเลข 12 เลข เป็นวันแม่แห่งชาติ ส่วนเลข 74 เป็นเลขอายุของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเลข 89, 24 คือเลขทะเบียนรถกระบะที่หญิงสาวคลอดลูกบนรถ และมีนิ้วรวมกัน 24 นิ้ว

ทั้งนี้จากการสอบถามพ่อค้าที่ขายสลากกินแบ่งแถวตลาดนนทบุรี กล่าวว่า คอหวยแห่ซื้อทะเบียนรถนายกฯ ตั้งแต่ยังไม่ทันลงแผง ประกอบกับมีข่าวหญิงสาวคลอดลูกบนรถกระบะที่มีเลขทะเบียนตรงกัน คือ 22 และ 89 เด็กที่คลอดออกมามีนิ้วมือ-เท้ารวมกัน 24 นิ้ว ทำให้ได้รับความนิยมขายหมดใน

ผลสุดท้าย “22” ก็ไม่มาตามที่นัดไว้!

แต่ถึงอย่างไรหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล”พยามที่จะหาวิธีการสกัด “การขายสลากกินแบ่งเกินราคา” ล่าสุด “พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี” ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งเกินราคาว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯได้ดำเนิน 2 มาตรการในการดูแลราคาสลากฯ โดยล่าสุดได้มีการจัดทำ “แอพพลิเคชัน My GLO” เพื่อเปิดให้ผู้ขายสลากฯ ได้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านแอพฯ ทั้งชื่อนามสกุล จุดจำหน่าย และจำนวนยอดขาย เพื่อเก็บข้อมูลคนขายตัวจริง ขณะเดียวกันยังให้ประชาชนผู้ซื้อสามารถดาวน์โหลด GLO lottery เพื่อให้ผู้ซื้อแจ้งผลการซื้อว่าซื้อจากร้านไหน และขายตรงราคาหรือไม่ ตรวจรางวัล รวมถึงให้แจ้งเบาะแสผู้ขายเกินราคามาให้สำนักงานสลากฯรับทราบ ที่ศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (Call Center) หมายเลข ๐ 2528 9999 ตลอด 24 ชั่วโมง

“เมื่อดาวน์โหลดแล้ว จะมีการเก็บข้อมูลและใช้เวลาประเมินผลรอบแรกประมาณ 3 เดือน ถึงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ เพื่อดูว่าใครเป็นคนขายตัวจริง และมีพฤติกรรมอย่างไร หากพบใครขายสลากกินแบ่งตามราคากฎหมาย ก็อาจจะมีการเพิ่มโควตาให้มากกว่า 5 เล่มต่องวด แต่ถ้าใครได้รับแล้วไปขายต่อ หรือขายเกินราคาก็จะพิจารณาลงโทษตัดสิทธิต่อไป ซึ่งผลล่าสุดมีคนเริ่มทยอยโหลดและแจ้งข้อมูลมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานตัวเลข ซึ่งสำนักงานฯจะเปิดให้โหลดไปเรื่อยๆ”

ส่วนอีกมาตรการเป็นการเพิ่มเพดานการพิมพ์สลาก 100 ล้านใบต่องวด เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งได้เริ่มมาแล้ว 2 งวด แล้ว โดยผลการติดตามเบื้องต้นยังพบว่ามีสลากเกินราคาอยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นสลากฯที่เป็นเลขดัง เช่น งวดก่อนเป็นเลข 22 แต่ถ้าเป็นเลขทั่วไปพบว่าราคาในตลาดปรับตัวและขายตามที่กฎหมายกำหนดมากขึ้น อีกทั้งยังพบว่าผู้ขายตัวจริงก็นำสลากมาขายเองในราคาตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำนักงานสลากฯจะใช้เวลาประเมินอีกสักระยะ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้มาตรการอีกครั้ง

“ยืนยันว่าว่า การพิมพ์สลากในแต่ละงวดจะพิมพ์ตามยอดจองซื้อเท่านั้น หากจองเข้ามาน้อย เช่น จอง 80 ล้านใบ สำนักงานก็จะพิมพ์แค่ 80 ล้านใบตามความต้องการของตลาด ไม่ได้พิมพ์ทั้ง 100 ล้านใบ แต่หากงวดใดจองมาครบ 100 ล้านใบ ก็จะพิมพ์ให้ 100 ล้านใบ ดังนั้น ขอให้ผู้ค้าและผู้ซื้อจองทำการประเมินตามกำลังซื้อที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาล้นตลาด

ส่วนความคืบหน้าการออก “สลากออนไลน์ 12 นักษัตร” นั้น พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าววว่า ยังอยู่ขั้นการศึกษาผลกระทบทางสังคม หลังมีข้อห่วงใยจากสังคมเข้ามาเยอะ จึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบด้าน อาทิ อาจจะคล้ายกับสลากในนานาประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เชื่อว่าจะแก้ปัญหาสลากราคาแพงได้ แต่การจะนำมาใช้ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมของไทยที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่น โดยจะนำข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยมาปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับสังคมไทย

เช่นเดียวกับ “อาจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย” โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ทั้งหมดมันเกิดจากกิเลสของคน เพราะคนส่วนใหญ่อยากถูกรางวัลจึงซื้อแต่ละครั้งทีละเยอะๆ คนขายก็แสวงหาแต่กำไรจนลืมผิดชอบชั่วดี ไม่สนใจกฎหมาย ปัจจุบันก็หาซื้อทางออนไลน์กันได้ง่ายได้เพราะมีอินเตอร์เน็ต ทำให้คนขายสามารถหาเลขที่ตรงกันนำมารวมชุดกันเพื่อจำหน่ายต่อราคาให้สูงขึ้นไปได้อีก แต่นี่คือความผิดที่มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท พร้อมกับถูกตัดโควตาห้ามจำหน่ายสลากฯทันที

นอกจากนี้ยังคิดหาวิธีป้องกันขายสลากเกินราคา เช่น ทำการขายขาดกับผู้ขายเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งต้องรับไปขายเองในราคา 80 บาท จะได้คนละ 5 เล่ม เมื่อซื้อแล้วเราไม่รับคืน และต้องไม่นำไปขายต่อ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะตัดโควตาการขายสลากฯตลอดชีวิต เช่นเดียวกับกรณีเลขดัง 22 ที่ขาย 15 ใบ 4,000 บาท ซึ่งเป็นการทำผิดสัญญากับกองสลากฯ ถ้าจับได้ก็จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตเช่นเดียวกัน ซึ่งทางสำนักงานสลากฯไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่การจะแก้หวยเกินราคามันไม่ได้ทำได้โดยเร็ว หรือโดยง่าย เพราะที่ผ่านมามีแต่เป็นข่าว ไม่ได้มีคนมาแจ้ง

"เรามีทีมงานตรวจสอบลงพื้นที่ประมาณ 20 กว่าคน แต่ต้องตรวจสอบทั้ง 77 จังหวัดซึ่งไม่สามารถทำได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยจำนวนคนที่จำกัด แต่ก็ทำงานกันทุกคนไม่ใช่เป็นข่าวใหญ่แล้วเพิ่งมาทำ แต่เราทำกันมานานแล้ว ฉะนั้นอยากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาด้วยหากพบสลากเกินราคาก็อยากให้แจ้งหรือร้องเรียนมายังเรา โดยผู้แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับ 1,000บาท หรือแม้แต่ตัวแม่ค้าเองที่รับซื้อมาขายอีกทอด ก็อยากให้แจ้งว่าใครเป็นคนขายต่อให้เช่นเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นจะเสียสิทธิ์ของตนเอง และผู้อื่นที่จะได้โควตาจากกองสลากฯ" อาจารย์ธนวรรธน์ กล่าว

เป็นการวัดฝีมือ “กองสลาก” อีกครั้งในการแก้ปัญหาสลากเกินราคา

กับมาตรการที่ดูจริงจัง!

จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน...?

เพราะงานนี้เล่นกับความเชื่อ-โชคลาภ-ศรัทธา!!!