ชี้สถานการณ์ปีนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้ป่วยเพิ่ม 2-3 เท่าตัว เฉพาะไทยพบป่วยเกือบ 7 หมื่นราย หากไม่สามารถกำจัดยุงลายอย่างต่อเนื่อง คาดจะป่วยพุ่งนับแสน

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุขกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งเป็นสาเหตุของโรค นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เห็นชอบให้บูรณาการกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย” เป็นกิจกรรมหนึ่งในการดำเนินงานของจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภายใต้โครงการหน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ได้นำจิตอาสาร่วมกันจัดการสิ่งแวดล้อมพร้อมกันทุกจังหวัด ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กำจัดลูกน้ำ ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ ทั้งภายในและภายนอกบ้าน วัด โรงเรียน โรงแรม โรงงาน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ

ทั้งนี้ ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนทำให้มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกในหลายพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด โดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ในจังหวัดที่มีการระบาด เน้นป้องกันโดยให้บุคลากรสาธารณสุข อสม. ให้ความรู้ประชาชนดูแลป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้ยุงกัด ดูแลกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน หากมีไข้ 2 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นให้รีบมาโรงพยาบาล ขอความร่วมมือคลินิกและร้านขายยาไม่จ่ายยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอนเสดแก่ผู้ป่วยที่สงสัยอาจป่วยเป็นไข้เลือดออก นอกจากนี้ ได้ให้กรมการแพทย์ทำเกณฑ์รักษา–การส่งต่อผู้ป่วยที่ชัดเจน จัดอบรมแพทย์ จัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับสถานการณ์ไข้เลือดออกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มสูงจากปีที่ผ่านมา 2-3 เท่า สำหรับไทยล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 พบผู้ป่วย 69,055 ราย เสียชีวิต 75 ราย โดยพบมากในกลุ่มอายุ 5 – 14 ปี หากไม่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะพบผู้ป่วยสูงกว่าแสนราย ขอให้ทุกคนร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลงได้