ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ “พรรคเพื่อไทย”อยู่ในสภาพที่ต้องบอกว่า “ไม่สู้จะดีนัก” เพราะไม่เพียงแต่ วันนี้จะขาดความโดดเด่น เหมือนที่เคยเป็นดาวจรัสแสงในวันวานแล้ว ยังกลายเป็นว่าภายในพรรคเพื่อไทยยังมี “งูเห่า” ทางการเมือง ทั้งที่เปิดเผยและ ซุกซ่อนตัวเองเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม สำแดงเดชด้วยกันอีกหลายต่อหลายราย !

การออกแอคชั่นของ “ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร” ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ต้องยื่นเรื่องให้ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคและในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนการกระทำของ “2ส.ส.สุรินทร์” ของพรรค ที่กล้า “อวย” ฝ่ายตรงข้าม จนออกนอกหน้า เมื่อคราวที่ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยกคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ไปตรวจราชการที่จ.สุรินทร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน

การลงดาบ จากรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่รับผิดชอบภาคอีสาน ของยุทธพงศ์ ครั้งนี้เพื่อต้องการส่งสัญญาณ “ปราม” ไปยัง “งูเห่า” ที่ยังคงแฝงตัวภายในพรรคเพื่อไทย ให้รับรู้ว่า หากมีการ “ล้ำเส้น” ไปเชียร์ฝ่ายรัฐบาลอีกเมื่อใด พรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย

สำหรับส.ส.สุรินทร์ ที่ถูกยื่นเรื่องให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและจริยธรรม คือ “ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล” และ “ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม”

ปัญหางูเห่า ทางปีกของพรรคฝ่ายค้านนั้นไม่ได้ระบาดเฉพาะที่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น เพราะในห้วงเวลาเดียวกันยังพบว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมี “6ส.ส.” และ “พรรคประชาชาติ” โดยมี “7 ส.ส.” ล้วนแล้วแต่เป็นเป้าหมายในการถูกดึงไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแก้ปัญหา “เสียงปริ่มน้ำ” ให้กับรัฐบาล

เนื่องจากการแพ้โหวตในการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่เกิดขึ้นถึง2รอบที่ผ่านมา คือภาพสะท้อนให้ “บิ๊กเนม” ในรัฐบาลเอง จ้องมองชนิดตาไม่พริบ ไปพร้อมกับความวิตกกังวลอยู่ลึกๆ ว่าจะใช้วิธีการใดเพื่อ “อุดช่องโหว่” ได้อย่างชะงัด

ขณะเดียวกัน เมื่อมองกลับมาที่พรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ แต่กลับประสบปัญหา “ภายใน” ที่ยังไม่สามารถ คลี่คลายลงไปได้ ทั้งท่อน้ำเลี้ยงติดขัด หา “เจ้าภาพ” ได้ยากเต็มที

โดยเฉพาะเมื่อ “คนที่ต่างประเทศ” ไม่มีคำสั่ง “กดปุ่ม” ก็ทำให้แกนนำแต่ละกลุ่มก๊วนในพรรคเพื่อไทยเอง ก็ไม่ต้องการ “ควักกระเป๋า” เพราะไม่รู้ว่า เงินๆทองๆที่จ่ายกันไปล่วงหน้าเพื่อ “ดูแล” ส.ส.ในกลุ่ม สุดท้ายแล้วจะเอา “บิล” ไปเบิกได้ที่ใคร

สถานการณ์วันนี้ของพรรคเพื่อไทย ไม่เพียงแต่จะติดขัดที่ว่าด้วย “น้ำเลี้ยง”ไม่ลื่นไหลเหมือนเคยเท่านั้น หากแต่ “ความขัดแย้ง” การไม่ยอมรับ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์ ของพรรคยิ่งมีมากขึ้น

ทำให้การรั้งตำแหน่งของคุณหญิงสุดารัตน์ ในวันนี้คือการ “รักษาที่ยืน” เท่านั้น หากแต่ไม่มีพลังการ “รุกกลับ” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการวัดพลังกับ “กลุ่มเยาวภา วงศ์สวัสดิ์” น้องสาว “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ดูจะกลายเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อ

หมายความว่า ทั้งบรรยากาศและ ปัจจัยสารพัดเรื่องที่รุมเร้าพรรคเพื่อไทย แทบทุกทาง เช่นนี้ กำลังกลายเป็น “เงื่อนไข” ที่กดดัน บีบคั้นให้เกิดงูเห่า ไม่ยากเย็นนัก ว่ากันว่ายิ่งใกล้วาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อใด อาจมีรายการเซอร์ไพรซ์ เมื่องูเห่าพ่นพิษ สำแดงตัว มากกว่าที่ตกเป็นจำเลยอย่าง “2ส.ส.สุรินทร์” ก็เป็นได้ !!