“สมคิด”เตรียมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการเงินการคลัง ย้ำเศรษฐกิจยุคใหม่ต้องประสานทั้งการเงิน-การคลัง-ลงทุน เดินหน้าเศรษฐกิจทั้งระบบสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศแทนพึ่งส่งออก หวังจีดีพีไตรมาส 4 ฟื้นตัว ปัดครอบงำองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เพื่อดึงความร่วมมือก่อตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการเงินการคลัง หวังช่วยผลักดันนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่ ยอมรับว่าการทำงานยุคนี้แทบแยกส่วนไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันดูแลประเทศให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ จึงต้องสอดคล้องกันทั้งนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อให้ทุกด้านประคองเศรษฐกิจไปด้วยกันทั้งด้านการเงิน การคลัง การลงทุน

โดยสมัยนี้จะขับเคลื่อนแผนอะไรสักอย่างแยกส่วนไม่ได้เลย ทั้ง ก.ล.ต.,คปภ.,ธปท.,กระทรวงการคลัง,สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.),สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)จึงต้องดึงบีโอไอเข้ามาอยู่ในกรรมการชุดนี้ด้วย เพราะรัฐบาลต้องการผลักดันสิ่งใหม่อีกหลายด้าน รวมทั้งการลงทุน ทุกอย่างจึงเกี่ยวข้องกันหมด ไม่ได้หวังครอบงำองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

ทั้งนี้ คปภ.ได้มอบหมายให้ศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะเป็นแหล่งทุนจำนวนมากแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีช่องทางให้นำเงินออกไปลงทุน จึงต้องการผลักดันให้เงินทุนในระบบประกันออกไปหาผลตอบแทนหรือลงทุนที่เหมาะสม เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนแผนการลงทุนขนาดใหญ่ รวมทั้งการศึกษาแนวทางดูแลผู้มีรายได้น้อย ทั้งพัฒนาระบบประกันภัยพืชผล การประกันภัยบัตรสวัสดิการ เพื่อดึงฐานผู้มีรายได้น้อยเข้าระบบประกันภัยด้วยเบี้ยประกันภัยต่ำสุดหรือรัฐบาลชดเชยให้บางส่วนเหมือนกับประกันภัยพืชผล

นอกจากนี้ยังเตรียมดึงเลขาธิการบีโอไอมาร่วมเป็นกรรมการ เพราะการให้สิทธิ์การลงทุนแต่ละพื้นที่ แต่ละสาขาต้องศึกษาพิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม แม้ต้องแก้ไขกฎหมายระเบียบอีกหลายด้าน เพราะการลงทุนมีส่วนช่วยฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจึงต้องพึ่งพาการเติบโตจากภายในต้องสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งต้องผลักดันผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้เป็นรูปธรรม เพราะหากการอัดฉีดเงินออกสู่ระบบผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้มีประสิทธิภาพ คาดจีดีพีไตรมาส 4 จะขยับขึ้นมาได้