ดูเหมือนปัญหาของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่รอรับการมาของเขาเองในฐานะ “ประธานยุทธศาสตร์” ของพรรคพลังประชารัฐ จะมากมาย และวุ่นวายไม่หยุดหย่อน เสมือนว่าเป็นบททดสอบ “บิ๊กทหาร” ว่าจะพร้อมเข้าสู่ “สังเวียนการเมือง” มากน้อยแค่ไหน เพราะโลกของการเมือง ย่อมแตกต่างไปจากโลกของทหารอย่างสิ้นเชิง

ปัญหา “เด็กในสังกัด” แต่ละคนล้วนแล้วแต่สร้างความหนักอกหนักใจ มิหนำซ้ำยังทำให้ “คะแนนนิยม” ของรัฐบาลมีแต่จะเสียหาย เสียรังวัด

ไล่เรียงกันมาแต่ละรายที่มีข่าวในทางลบ ผุดขึ้นมาเป็นระลอก จนมาล่าสุด มาจอดป้ายที่ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม. ที่ลงไปแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เปิดศึกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กะรน จ.ภูเก็ต และไม่ว่าเจ้าตัวจะชี้แจงให้เหตุผลอย่างไร ก็ดูเหมือนว่า ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กลายเป็นข้อหักล้างไปเสียทุกประเด็น

เรื่องร้อนๆ ที่เกิดจากสิระ ส.ส.กทม. ลงไปสร้างปัญหาที่จ.ภูเก็ต ได้ถูกขยายผลเกิดเป็นกระแสทั้งในโลกโซเชียลและประชาชน ที่แสดงความไม่พอใจ และรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้แทนฯ นั้นกลายเป็นแรงกดดันอันมาจากคำถาม ที่ประเดประดังเข้าใส่ทั้ง บิ๊กป้อม และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปโดยปริยาย

เพราะต้องไม่ลืมว่า วันนี้พล.อ.ประวิตร คือประธานยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นเบอร์หนึ่งของพลังประชารัฐตัวจริง ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ นั้นคือ “ว่าที่หัวหน้าพรรค” ที่รอเวลา “เปิดตัวเปิดหน้า” ลงมาเล่นอย่างเต็มตัว

เมื่อเกิดปัญหาอันมาจากพฤติกรรมของลูกพรรค มีหรือที่ “2บิ๊ก” จะไม่ถูกดึงลงมาให้ต้องคลี่คลายกรณีดังกล่าว

แน่นอนว่า ปัญหาและความวุ่นวายจากการเมือง ยังคงไม่จบลงเพียงแค่กรณีของสิระ ส.ส.กทม.ที่ลงไปมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ภูเก็ต เพราะแท้จริงแล้ว ภายในพรรคพลังประชารัฐเองก็ประกอบขึ้นด้วยหลายกลุ่ม หลายก๊วน ที่พยายามรักษาที่ยืน ไปจนถึงการเปิดเกม “กดดัน”กันเอง อยู่ในที

การออกมาแสดงความไม่พอใจ อย่างตรงไปตรงมาของ “นัทธี ถิ่นสาคู” ส.ส.ภูเก็ต ของพรรคนั้นไม่เพียงแต่จะระบุว่า สิระ ไม่เคยมีการประสานก่อนลงพื้นที่ และการลงไปสร้างปัญหาครั้งนี้ยังส่งผลทำให้คะแนนในพื้นที่ของเขาเองมีอันต้องสะเทือนไปด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่นัทธี จะบอกว่าเรื่องดังกล่าวจะถูกนำไปหารือกับ ส.ส.กลุ่มใต้ คือ “กลุ่มด้ามขวานไทย” ซึ่งเป็นอีกกลุ่มการเมืองหนึ่ง ที่พยายามจะมีบทบาท ไม่น้อยไปกว่ากลุ่มอื่นๆที่อยู่ใกล้ตัวบิ๊กป้อม

ขณะเดียวกัน ทั้งบิ๊กป้อม และบิ๊กตู่ เองนาทีนี้จะเล่นบทอื่น คงเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากการส่งเสียง “เด็กในบ้าน” อย่างสิระ เพื่อให้คนทั้งพรรค และประชาชนในสังคม ได้เห็นว่าเรื่องนี้ “ผู้ใหญ่” ไม่ได้นิ่งดูดาย หรือปล่อยผ่าน แต่อย่างใด !