ถ้า "7พรรคฝ่ายค้าน" ประเมินว่า "ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ" ตามมาตรา152 จะสามารถ "น็อค" คนที่ชื่อ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยประเด็นอันเปราะบาง กรณี"ถวายสัตย์ปฏิญาณ" โดยที่ไม่ต้องสะดุดกับ "อุปสรรค" นั้นเห็นทีจะเป็นเรื่องยาก

เพราะใช่ว่า "ญัตติ" ที่ "7พรรคฝ่ายค้าน" พากันเข้าชื่อแล้วนำไปยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 125 นั้นจะผ่านฉลุยเข้าไปสู่สภาฯ อยู่ในระเบียบวาระประชุม ชนิดที่รวดเร็วทันใจ โดยไม่ติดขัด ก็คงไม่ถูกนัก

หากสดับรับฟังในสิ่งที่เป็นเสมือน "สัญญาณ" ที่ ฝ่ายค้านต้องกลับไปทบทวนให้ดีว่า กว่าจะถึงวันที่ได้อภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ อย่างเผ็ดร้อนในสภาผู้แทนฯนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ?
จะมีขึ้นก่อนหรือหลัง การพิจารณาจาก "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ที่รับคำร้องที่มีผู้ไปยื่นเรื่องเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำเข้าสู่การพิจารณาได้ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ก่อนที่จะมีมติว่าจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้ขาดหรือไม่ ต่อไป

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ "ศุภชัย โพธิ์สุ" รองประธานสภาฯ คนที่2 ล่าสุดต้องถือว่าน่าสนใจ เพราะเสมือนการสะท้อนให้เห็นบางสิ่งบางอย่างสำหรับ 7พรรคฝ่ายค้านว่า "ไม่ง่าย" เสียแล้ว

" หากญัตติมีองค์ประชุมครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ก็บรรจุได้ทันที แต่หากพิจารณาตามความเห็นของฝ่ายกฏหมายแล้ว ยังมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์เพื่อไม่ให้มีการติฉินนินทาก็ต้องปรึกษาหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รวมไปถึงนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ระดมสมองกันเต็มที่

แต่ถ้าผลออกมาเป็นญัตติที่ไม่ครบถ้วนจริงๆ ก็ต้องแจ้งเหตุผลกลับไปยัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ในฐานะผู้เสนอญัตติให้นำกลับไปแก้ไขต่อไป ส่วนเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว จะกำหนดให้วันประชุมได้เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องประสานสอบถามไปยังรัฐบาลด้วยว่าจะสะดวกมาชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไปได้เมื่อไหร่โดยสภาฯจะยึดเอาความพร้อมของทุกฝ่ายประกอบด้วย" (17ส.ค.2562)

หมายความว่า ญัตติของงฝ่ายค้านที่ยื่นมานั้น ใช่ว่าจะบรรจุเข้าสู่วาระโดยไม่ต้องตรวจสอบ และหากตรวจสอบแล้วพบ "ความไม่ถูกต้อง" อันจะเกิดจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ญัตติดังกล่าวก็มีอันต้องถูก "ตีกลับ"เพื่อให้กลับไปแก้ไขแล้วส่งกลับมาใหม่ ส่วนจะกำหนดวันประชุมได้เมื่อใด ก็ต้องผ่านการประสานไปยัง "รัฐบาล" ก็คือ ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยว่าพร้อมจะมาชี้แจงเมื่อใด

ยิ่งตีความระหว่างบรรทัด ยิ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องอดทนรอคอย ที่จะได้ใช้โอกาส "เขย่า" พล.อ.ประยุทธ์ กลางสภาฯ ด้วยมาตรา 152 หลังจากที่ได้มองเห็นแล้วว่า นายกฯที่มาจาก "นายทหาร" ผู้นี้ ยังไม่ใช่ "ฝ่ายรุก" ในเกมเวทีสภาฯ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน