กรมชลประทาน : เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน(ฝ่ายวิชาการ) พร้อมด้วยนายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ นายยุทธนา มหานุกุล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ 12 สำนักพัฒนาแห่งน้ำขนาดใหญ่ และ นายมหิทธิ์ วงศ์ษา นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ (ส่วนสิ่งแวดล้อม) สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขผลกระทบต่อชุมชนเนื่องจากการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายสมหวัง ปานสุขสาร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ นายณฐพล ชุ่มสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก นายโชค พรินทรากูล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายชวลิต สุราราช วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ วบ.12 พญ. นายธงชัย ใจเทียมศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 2 นายสุรพล ตันจันทร์ หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 3 เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ 12 และ ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างห้วยรี ต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุตรดิตถ์

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้นำทีมคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขผลกระทบต่อชุมชนเนื่องจากการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ อาทิ ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูสภาพป่า รวมทั้งการแก้ไขปัญหาด้านอาชีพ

นอกจากการดำเนินการก่อสร้างโครงการ ฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำแล้ว กรมชลประทานยังดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยร่วมบรูณาการกับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและประชาชนในพื้น ร่วมกันจัดตั้งโครงการปลูกป่า เพื่อทดแทนพื้นที่ป่าที่สูญเสียไปเนื่องจากการก่อสร้างโครงการฯ พร้อมสร้างความเข้าใจต่อชุมชน และ ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการพัฒนากลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม 5 ตำบล ในพื้นที่โดยรอบโครงการ ฯ ส่งเสริมอาชีพพัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน อาทิ กล้วยอบน้ำผึ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ ทุเรียน เมล็ดกาแฟ และ เครื่องจักรสาน สร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชน ส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มั่นคงอย่างยั่งยืน นายเฉลิมเกียรติ กล่าว.

ด้านนายยุทธนา มหานุกุล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ 12 กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9 ) ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี พร้อมระบบผันน้ำ ระบบส่งน้ำและอาคารประกอบไว้ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตร และ อุปโภคบริโภคของราษฎร ที่อพยพจากบริเวณพื้นที่ถูกน้ำท่วมเหนือเขื่อนสิริกิติ์ อําเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 49,500ไร่ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศสูงต่ำแตกต่างกันมาก ประกอบกับมีพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จากระบบท่อส่งน้ำที่ส่งน้ำมาจากเขื่อนสิริกิติ์ ผ่านทางท่อซีเมนต์ใยหิน ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2529 จึงมีสภาพชํารุดทรุดโทรม แตก และ รั่วซึมเสมอ ส่งผลให้สูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังส่งน้ำได้เพียง 5,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 50,000 ไร่ ทําให้เกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง และ ไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตร

ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ 11 ปี (2554-2564) ประกอบด้วย เขื่อนหัวงาน และอาคารประกอบพร้อมอุโมงค์ส่งน้ำและท่อส่งน้ำ ปัจจุบันผลการดำเนินงานแล้วกว่าร้อยละ 55 ซึ่งหากโครงการฯ แล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค โดยมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 53,000 ไร่ 9 ตำบล ช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่แปลงอพยพที่ได้เสียสละที่ดิน เพื่อก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำมานานกว่า 40 ปี อีกทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน รวมทั้งยังได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโครงการ ฯ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถสร้างรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย นายยุทธนา กล่าว.

กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม ทีมข่าวภูมิภาค.