บริษัทเอสเตท กูรู จำกัด ถือว่าเป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมานานกว่า15 โครงการ พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์“วิสทาวน์” โดยมี ณัท มานะสมจิตร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารเปิดเผยว่า บริษัท เอสเตท กูรู จำกัดชูคอนเซ็ปต์การทำโครงการ "เหนือกว่า-สุขกว่า-สะดวกกว่า" ทำให้ลูกค้าไว้ใจเรามากที่สุดโดยนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องการเติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง และมีเรื่องราวที่สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างแท้จริง(Real Growth)โดยในแต่ละปีมีอัตราขยายตัวระดับ 20% ถือว่าพอใจแล้ว ซึ่งการรุกเข้าตลาดระดับบน จึงเป็นโอกาสที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

สำหรับในปี 2562 เอสเตท กูรู ลงทุนและเปิดการขาย 3 โครงการใหม่ในรูปแบบแนวราบ มูลค่า 800 ล้านบาทได้แก่ โครงการวิสทาวน์ เพชรเกษม 91 บนพื้นที่ 3 ไร่ มูลค่าโครงการ 130 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบซึ่งจะมีอาคารพาณิชย์ และทาวน์โฮม ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านบาท เริ่มโอนตั้งแต่เดือนก.ค.62โดยอาคารพานิชย์มียอดขายแล้ว 80% ส่วนทาวน์โฮมจะเริ่มเปิดให้ชมบ้านตัวอย่างภายในเดือน ส.ค.นี้

ขณะที่โครงการวิสทาวน์ พัทยา-เขาตาโล บนพื้นที่ 24 ไร่ จำนวน 242 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท เป็นรูปแบบบ้านพร้อมอยู่ ซึ่งจะไม่ทำให้ลูกค้ามีปัญหาในเรื่องการผ่อน 2 ทาง เนื่องจากลูกค้าเป้าหมายของโครงการจะเป็นกลุ่มคนทำงาน ปัจจุบันมียอดขายกว่า 40% สามารถเริ่มโอนได้ตั้งแต่เดือนต.ค.62 เป็นต้นไป

ส่วนโครงการวิสทาวน์ แม่น้ำคู้-ปลวกแดง ระยอง บนพื้นที่ 12 ไร่ จำนวน 110 ยูนิต มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแฝด 40 ยูนิต ราคา 1.9 ล้านบาท และทาวน์โฮม จำนวน 70 ยูนิต ราคา 1.3 ล้านบาท ปัจจุบันเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 30% คาดว่ารายได้ในปีนี้จะสามารถทำได้ระดับ 300 ล้านบาท

“เรามองว่าตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงนี้ยังไม่เหมาะ เพราะตลาดอืด ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ นโยบายการทำคอนโดมิเนียมชานเมืองของบริษัท จะยึดผู้ซื้อเป็นหลัก เวลายอดเข้ามา จะเป็นยอดจริงและยอดโอนเข้ามา ส่วนต่างชาติกับผู้ลงทุนซื้อแต่อาจจะไม่โอนก็ได้”

ทั้งนี้หากมองในเรื่องของมาตรการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ หรือ LTV นั้น เราไม่กระทบ เนื่องจากของลูกค้าเป็นผู้ซื้อมากกว่าผู้ลงทุน และแต่ละโครงการที่นำเสนอให้แก่ลูกค้าจะยึดคอนเซ็ปต์เหนือกว่า (BEYOND) สุขกว่า(HAPPIER) สะดวกกว่า (MORE CONVENIENT) นอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว เราต้องการอยากสร้างบ้านให้คนอยู่ เราต้องให้คนอยู่สบายใจ ราคาจับต้องได้ สร้างบ้านแล้วผู้ซื้ออยากอยู่บ้าน อยากกลับบ้าน ให้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างกว่า อยู่ได้จริง ผ่อนสบาย ผ่อนได้จริง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าอยู่สบายไปด้วย

สำหรับในปี 2563 เอสเตท กูรู วางแผนจะปั้นโครงการใหม่ที่จะขยายตลาดไปสู่ทำเลใหม่ รวมมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาทได้แก่ 1.ที่ดินแปลง จ.อยุธยา บนเนื้อที่ 7 ไร่ ภายใต้แบรนด์"วิสทาวน์" รูปแบบทาวน์โฮม กว่า 200 ยูนิต รองรับกลุ่มพนักงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มนี้มีหลักฐานที่สามารถช่วยยืนยันในการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ 2.ที่ดินโซนเอกชัย บางบอน จ.สมุทรสาคร จะเป็นแปลงนำร่องของการพัฒนาโครงการบ้านแพงระดับพรีเมียม บนนื้อที่ 4 ไร่ จำนวนไม่เกิน 30 ยูนิต ราคาไม่ต่ำกว่า 18 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการเกือบ 600 ล้านบาท

3.แปลงที่ดินเขาตาโล พัทยา อยู่ใกล้กับโครงการเดิม จะพัฒนาโครงการแนวราบมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งในทำเลนี้จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาทำตลาดเช่น บริษัทแผ่นดินทองฯ บริษัทลลิลฯ และบริษัทศุภาลัย เนื่องจากมีความหนาแน่นของชุมชน

โดยการเลือกแบบบ้านที่ตรงกับคาแรคเตอร์ของที่ดิน บ้านแพงอยู่ในไอเดียที่จะทำ แต่จริงๆชอบสร้างบ้านราคาถูก ซึ่งเราต้องเอาแบบบ้านใส่เข้าไปให้เหมือนกับคาแรคเตอร์ของแปลงที่ดินนั้นๆ การมองทำเล เราเลือกโซนที่มีคู่แข่ง เพราะบริษัทขนาดใหญ่ศึกษามาแล้วว่ามีดีมานด์ ขณะที่โครงการเอสเตท กูรู ทำโครงการขนาดกลาง ไม่ใหญ่ ไม่เกิน 300 ยูนิตต้องการขายให้หมด ไม่ใช่เหลือเป็นสต๊อก โครงการเราต้องขายไม่เกิน 2 ปีครึ่ง ซึ่งจากพฤติกรรมของลูกค้า อยากอยู่โครงการที่จบแล้ว ไม่ใช่อยู่ไปมีการก่อสร้างด้วย

สำหรับอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นปัจจัย 4 ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่ในปัจจุบันปัจจัย 4 ถูกผลักออกไปให้ความสนใจกับเรื่องของกระแสบนโลกโซเซียล ทำให้เกิดความฟุ่มเฟือย ใช้เงินเยอะขึ้น จนกลายเป็นหนี้ครัวเรือนสูง ควรมีการปลูกฝังในเรื่องวินัยการใช้บัตรเครดิต ให้ความรู้สอนเด็กรุ่นใหม่ ชี้ให้เห็นว่า เราต้องรู้จักประโยชน์และโทษของเครดิต

“คำว่า เครดิต สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของแต่ละบุคคล เช่น การมีวินัยในเรื่องการออม จ่ายตรง หรือ กลุ่มลูกค้าอิสระ ควรได้รับการส่งเสริมอย่างเช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) กับโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงินช่วง 9 เดือน เพื่อสร้างวินัยฝึกนิสัยอาทิ ยอดกู้ล้านบาท ฝาก5,000บาท เป็นต้น รัฐควรมีแรงจูงใจที่ถูกต้อง เช่น ออมแล้วจะมีโอกาสกู้บ้านได้ การมีบ้านต้องมีวินัย ส่วนตัวแล้ว วินัยเหมือนกระเทียม ทำให้อร่อย แต่ถ้าเป็นไลฟ์สไตล์จะดีกับสังคม”