"เอพี ไทยแลนด์" ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก 2562 สร้างรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (รวมโครงการร่วมทุน) กว่า 16,160 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 1,565 ล้านบาท พร้อมลุยต่อเปิดโครงการเพิ่ม 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,800 ล้านบาท

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เอพีสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและกลุ่มคอนโด (100% JV) ได้สูงถึง 16,160 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ (Net Profit) สูงถึง 1,565 ล้านบาท โดยหนึ่งในคีย์ไดรฟ์ยอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จะมาจากการเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ LIFE สุขุมวิท 62 และ LIFE วัน ไวร์เลส โดยทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้ปรับแผนการเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ โดยเพิ่มการเปิดตัว RHYTHM เจริญกรุง-พาวิลเลี่ยน โครงการร่วมทุนโครงการที่ 18 มูลค่า 4,700 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีโครงการ พร้อมรอเปิดตัวใหม่อีกรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 26,800 ล้านบาท”

สำหรับ ผลการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนแรก บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 24,060 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.7% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 14,000 ล้านบาท เฉลี่ยยอดขายต่อสัปดาห์ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างมาก และคอนโดมิเนียมมูลค่า 10,060 ล้านบาท ซึ่งยอดขายส่วนใหญ่มากจาก 4 โครงการใหม่ที่เปิดตัวไปแล้วอย่าง 1) Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช 2) Aspire อโศก-รัชดา 3) RHYTHM เอกมัย-เอสเตท และ 4) The Address สยาม-ราชเวที ที่ยังคงได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีโครงการรอเปิดตัวใหม่อยู่ในแผนอีกรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 26,800 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ RHYTHM เจริญกรุง-พาวิวเลี่ยน (โครงการร่วมทุน) มูลค่า 4,700 ล้านบาท เปิดในไตรมาส 4 และ LIFE สาทร เซียร์รา (โครงการร่วมทุน) มูลค่า 6,300 ล้านบาท เตรียมเปิดในต้นเดือนกันยายนนี้ และแนวราบอีกจำนวน 17 โครงการ มูลค่ารวม 15,800 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 8,690 ล้านบาท และทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 7,110 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาครึ่งปีหลังกำลังซื้อมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับกลางถึงกลางบน ถ้าเป็นสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ยไม่เกิน 200,000-250,000 บาทต่อตารางเมตร สินค้าแนวราบมีแนวโน้มที่จะได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ระดับราคา 3-10 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งอายุของคนซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ และมีความต้องการ ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกความท้าทายของผู้ประกอบการด้านอสังหาฯ ที่จะสร้างสรรค์ให้สินค้ามีความแตกต่าง โดดเด่นโดนใจผู้บริโภค โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในทุกช่วงชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์และครบวงจรที่สุด

ปัจจุบัน ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 54,898 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 9,543 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมรวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 45,355 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 4,899 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 1,873 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน 40,456 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 4,111 ล้านบาท โดยหนึ่งในคีย์ไดรฟ์ยอดรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังจะมาจากการเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ LIFE สุขุมวิท 62 และ LIFE วัน ไวร์เลส โดยทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป