“กลุ่มญาติผู้ชุมนุมปี 53” บุกสภา ยื่นหนังสือ จี้สางปมสลายการชุมนุม หวั่น “บิ๊กตู่” มีเอี่ยว แต่กลับคุมดีเอสไอ เหมาะสมหรือไม่

เมื่อเวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา เกียกกาย นายพันศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มญาติผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมปี 53 ได้เดินทางมายื่นหนังสือ ต่อ นายสุทิน คลังแสง แกนนำวิปฝ่ายค้าน เพื่อทวงถามความคืบหน้าต่อกรณีดังกล่าว โดยนายพันศักดิ์ กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้เพราะต้องการให้ สมาชิกสภาผุ้แทนราษฎร ตั้งกระทู้ถามและตรวจสอบดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทางการเมือง ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ปี 2553 จากการสลายการชุมนุมโดยใช้กำลังทหาร ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

จากกรณีดังกล่าว คดีที่มีการดำเนินกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมทั้งในระดับสั่งการและระดับปฏิบัติการ ไม่ได้มีความคืบหน้าว่าจะสามารถเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้ จึงเดินทางมาเพื่อขอให้ท่าน ในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทยร่วมกันตรวจสอบ ตั้งกระทู้ถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในประเด็นดังต่อไปนี้

1.กรณีที่มีการดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด และขอให้ท่านได้โปรดเร่งรัด ติดตาม ให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุดโดยเร็ว

2.กรณีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารปัจจุบันได้ดำเนินการไปถึงขั้นใด และเหตุใดกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงส่งสำนวนไปที่ศาลทหาร ทั้งที่เป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกระทำความผิดกับพลเรือน

3.กรณีมีข่าวว่านายพลท่านหนึ่งเดินทางไปขอให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดล้มคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารถูกกล่าวหา ว่ากระทำผิดในเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นความจริงหรือไม่ และใครคือนายพลท่านนั้น

4.กรณีการตายของบุคคลในเหตุการณ์ มีความคืบหน้าของการไต่สวนการตายเพียงใด และเหตุใดกระบวนการจึงล่าช้าผิดปกติ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมาหลายปีแล้ว

5.กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผุ้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาคุมกรมสอบสวนคดีพิเศานั้นมีความเหมาะสมเพียงใด

6.ขอให้มีการตั้งกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรขึ้นศึกษาและหาข้อเท็จจริง เพื่อเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

ด้าน นายสุทิน กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายค้านเราจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความยุติธรรมและการเยียวยา อย่างไรก็ตาม การที่คดีนี้อยู่ในความดูแลของ ดีเอสไอ และพล.อ.ประยุทธ์เองเป็นคนดูและกรมดังกล่าว จึงเกิดคำถามว่านับเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่