นายนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง แชร์ลิงค์พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่4 ธันวาคม2548 พร้อมข้อความในเพจเฟซบุ๊กว่า....

พระราชดำรัสครั้งนั้น...รู้สึกได้ถึงความอดกลั้นในพระราชหฤทัยมานาน...และทรงเลือกคำรับสั่งอย่างระมัดระวังยิ่ง...

มนุษย์ผู้หนึ่ง...แบกภาระ ทำงานอย่างหนักที่สุดในแผ่นดิน...
ยอมรับฟังคำวิจารณ์ได้ ถ้าเป็นคำวิจารณ์ที่ช่วยให้เกิดผลประโยชน์ต่อชาติ..

แต่ก็มีผู้คนจำนวนหนึ่ง...ไม่ได้วิจารณ์อย่างมีประโยชน์..
แต่ตั้งตนเป็นผู้ต่อต้าน...ดูหมิ่นถิ่นแคลน เย้ยหยัน เพียงเพราะเอาวิถีการปกครองของประเทศอื่นมาเปรียบเทียบ..

ไม่ต้องให้เกียรติเพราะคนผู้นั้นเป็นประมุขของชาติดอก...แต่แค่ให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ที่สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ อย่างมากมาย...มีผู้คนศรัทธาและเห็นความดีงามทั้งประเทศ

แต่คนผู้นั้น ที่ทำงานหนัก เป็นประมุข...สูงสุด แต่ทว่า ถ้ามีใครขว้างหินใส่ ถ่มน้ำลายใส่...กลับป้องกันตัวเองไม่ได้เลย...

เศร้าใจนัก...

จะให้ฟ้องกลับ ให้กษัตริย์ไปฟ้องกลับคนเหล่านั้นหรือ...

ทั้งโลกจึงต้องมีกฎหมายในรัฐธรรมนูญปกป้องประมุข...มีหมดแหละ อังกฤษ อเมริกา...

เพราะประมุขเป็นเป้าใหญ่...แต่ไม่ไหวจะปกป้องตัวเอง..

ให้กฎหมาย ให้รัฐปกป้อง

รัฐธรรมนูญไทยจึงมีข้อมาตรา 112 ที่ปกป้องสถาบัน...

ที่ในหลวงรัชกาลที่เก้ามีพระราชดำรัสครั้งนี้คือ...

คนไทยเข้าใจกันไหม...ว่าทรงลำบากพระทัยอย่างไร...

ไม่มีมาตรา 112 ...ท่านก็จะอยู่ในจุดที่ใครจะขว้างก้อนหินใส่ท่านเล่นเมื่อไรก็ได้ ในขณะที่ท่านทรงงานเพื่อประเทศชาติ โต้ตอบอะไรก็ไม่ได้ ที่จริงก็ไม่ทรงมีไอเดียจะโต้ตอบอะไรด้วย...

มีมาตรา 112...พอมีใครอยากจะด่าท่านเล่นเพื่อความเก๋ไก๋...พอรัฐบาลไปจับมา...ก็จะถูกโพนทะนาไปทั้่วโลก ว่า กษัตริย์ไทยแตะต้องไม่ได้ เดือดร้อนอีก...ท่านก็ต้องมาเหนื่อยกับเรื่องพระราชทานอภัยโทษกับคนเหล่านั้น...

ในหลวงไทย...ทรงโดนทั้งขึ้นทั้งล่องจริงๆ...

คนแรกที่อยากให้เลิกมาตรา 112 นี่...อาจจะเป็นในหลวงรัชกาลที่เก้าเองด้วยซ้ำ...

ท่านไม่เคยดำริที่อยากให้คนเข้าคุกเพราะด่าท่านเลย...
แต่ท่านก็ได้แต่ทรงงานอย่างหนักมาหลายสิบปี..
แล้วก็มีคนด่าท่าน...ด่าซ้ำซาก
คิดดูว่า...ในใจของท่านจะเป็นอย่างไร
คิดแบบเป็นมนุษย์ด้วยกันนะ...

ขอจบข้อเขียนนี้ด้วยความเจ็บปวดในหัวใจนะ..แม่ประไพ..