สู่สัปดาห์ที่ 10 ในปฏิบัติการชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ด้วยระยะเวลาที่ยืดเยื้อ จนไล่เลี่ยกับ “การปฏิวัติร่ม” ม็อบชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ซึ่งรู้จักกันไปทั่วโลก เมื่อเกือบๆ 5 ปีก่อน ที่เหล่าผู้ชุมนุมปักหลังประท้วงนาน 67 วัน ในครั้งกระนั้น

โดยการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 ข้างต้น ซึ่งเริ่มจากคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากฮ่องกงไปให้กับทางการจีนแผ่นดินใหญ่ ก็บานปลายกลายไปสู่การเรียกร้องให้ “นางแคร์รี หล่ำ” ลาออกจากตำแหน่ง “ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ลามเลยไปถึงทางการปักกิ่ง รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ก็เป็นเหตุให้การชุมนุมประท้วงนั้น “จบยาก” เพราะถึงแม้ว่าทางฮ่องกงของผู้ว่าฯ หล่ำ ออกมาประกาศว่า ยกเลิกการนำเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไปแล้ว แบบถึงขนาดเรียกว่า “มันได้ตายไปแล้ว” แต่ก็ปรากฏว่า การชุมนุมประท้วงก็ยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากนางหล่ำ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเกาะฯ ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง

ก่อนเกิดปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกับตำรวจควบคุมฝูงชนของทางการฮ่องกงกันอยู่เป็นระยะๆ จนเลือดตกยางออกไปตามๆ กัน

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ปะทะเดือดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนบาดเจ็บไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ยิ่งการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อออกไป เหล่านักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การปะทะกันระหว่างม็อบกับตำรวจฮ่องกง ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ

ทั้งนี้ โดยความรุนแรงที่ทวีเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ก็ถึงขนาดทำให้ทางการปักกิ่ง พญามังกรใหญ่ ต้องออกมาส่งเสียงสะกิดเตือนต่อมังกรน้อย คือ ชาวฮ่องกงที่กำลังชุมนุมประท้วง พร้อมโชว์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 3 นาที เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการฝึกฝนควบคุมฝูงชน หรือปราบม็อบ ของเหล่าทหารแห่ง “กองทัพปลดปล่อยประชาชน” หรือ “พีแอลเอ (PLA : People's Liberation Army) ที่ประจำการอยู่บนเกาะฮ่องกง แบบข่มขู่กันกลายๆ ด้วย

พลันสิ้นเสียงคำรามของพญามังกร ก็ทำให้บรรดานักวิเคราะห์และสื่อต่างๆ ทางฟากตะวันตก ต่างพากันออกมาแสดงความเป็นห่วง พร้อมต่อต้าน คัดค้านแกมปรามอยู่ในทีต่อจีนแผ่นดินใหญ่ มิให้เกิดฉาก “เทียนอันเหมิน ภาค2” เลือดท่วมท้องช้างบนเกาะฮ่องกงบังเกิดขึ้น

ขณะที่ บรรดานักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่ง ก็แสดงความวิตกกังวลว่า จีนแผ่นดินใหญ่ อาจพลิกแพลงกระบวนท่า “ยุทธการกำราบม็อบ” ด้วยการใช้กองกำลังรบอีกหน่วยหนึ่ง เข้ามาจัดการต่อกลุ่มผู้ชุมนุม

นั่นคือ “กองกำลังตำรวจติดอาวุธแห่งประชาชน” หรือ “พีเอพี (PAP : People's Armed Police)”

หน่วยพีเอพีกับการจัดการสถานการณ์ชุมนุมประท้วงพวกอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียง

โดยกองกำลังหน่วยนี้ หลายคนก็เรียกว่า “กองกำลังทหารพราน (Paramilitary)” อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นชื่อหน่วยว่า เป็น “ทหารพราน” ก็ยังเพิ่งคิดว่า เป็นแบบทหารพราน ในหลายๆ ประเทศ อย่างที่เคยเห็นกัน โดยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะทหารพรานหน่วยนี้ของจีนแผ่นดินใหญ่ แทบไม่ผิดอะไรกับ “หน่วยรบพิเศษ” เลยทีเดียว สามารถปฏิบัติการรบได้ทั้งทางบก แบบทหารราบ การรบจู่โจมทางอากาศไปกับฝูงบินรบเฮลิคอปเตอร์ และทางน้ำ ในฐานะทหารรักษาชายฝั่ง ซึ่งจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งไปปฏิบัติการบนฐานทัพตามเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ หน่วยพีเอพีของทางการจีนแผ่นดินใหญ่ ยังมีศักยภาพด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และการสลายม็อบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ม็อบที่ได้ชื่อว่า “มีความเห็นต่าง” จากรัฐบาลปักกิ่ง อย่างพวกอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียง หรือพวกทิเบต ในเขตปกครองพิเศษทิเบต ต่างรู้ซึ้งในพิษสงของหน่วยพีเอพีเป็นอย่างดี เพราะเข้าไปจัดการพวกเขาจนแทบจะเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ เนื่องจากถูกปราบอย่างเด็ดขาดในช่วงที่ผ่านมา

หน่วยพีเอพี จัดการกับการชุมนุมประท้วงของชาวทิเบต

ทั้งนี้ หน่วยพีเอพีดังกล่าว จะเคลื่อนทัพข้ามเข้าไปจัดการกับพวกม็อบถึงบนเกาะฮ่องกงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ จะ “สั่งการลงไป” ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาการ “คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง” หรือ “ซีเอ็มซี (CMC : Central Military Commission)” ที่ทาง “พีเอพี” เป็นหน่วยขึ้นตรงอีกตำแหน่ง

โดยเหล่านักวิเคราะห์ยังแสดงทรรศนะด้วยว่า หากสถานการณ์ม็อบในฮ่องกง ตำรวจที่ประจำการในพื้นที่ “เอาไม่อยู่” ก็อาจได้เห็นหน่วยพีเอพี ตบเท้าข้ามเข้าไปยังเกาะ อย่างน่าสุดสะพรึง

การฝึกบุคคลทำการรบของหน่วยพีเอพี