วันที่ 13 ส.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่ญาติ ครอบครัวผู้เสียชีวิตมาร้องเรียนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีฆ่าตัวตาย เนื่องจากติดใจว่าสาเหตุการตายไม่ตรงกับผลชันสูตรพลิกศพ เพราะพบรอยฟกช้ำที่ตัวผู้ตายและปืนที่ใช้ฆ่าตัวตาย โดยในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบ แต่สามวันต่อมาปรากฏปืนดังกล่าวมาตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้ญาติผู้ตายเชื่อว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากการฆาตกรรมนั้นได้รับรายงานจาก ภ.จว.ชุมพร ว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 20.30 น. สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุ มีบุคคลใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ขณะนี้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายเขตรอุดมศักดิ์ จึง เดินทางไปทำการตรวจสอบพบ นายวสันต์ โตวะจักร อายุ 27 ปี อยู่ที่โรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์ โดยศพ นายวสันต์ ฯ ถูกทำความสะอาดไว้แล้ว สภาพศพ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง ที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย หัวกระสุนปืนตุงติดที่แผ่นหลังขวา จากนั้น ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ นายวสันต์ แล้ว มอบศพให้ นายวิชิต โตวะจักร ซึ่งเป็นบิดารับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป แล้วเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุที่มีการยิงอาวุธปืน คือ บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ ซองพกหนัง สีดำ จำนวน 1 ซอง ไม่พบอาวุธปืนที่ใช้ยิง ไม่พบคราบเลือดในที่เกิดเหตุ จึงได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุและยึดซองพกปืนเอาไว้ และมอบหมายให้ จนท.ชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร เชิญตัวผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ มาที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อตรวจเก็บเขม่าปืน โดยได้แจ้งให้ พฐ. จว.ชุมพร เดินทางมาเก็บเขม่าปืนที่มือของบุคคลทั้งสี่ ที่ สภ.เมืองชุมพร หลังจากนั้นจึงนำ พฐ. จว.ชุมพร เดินทางไปตรวจเก็บเขม่าปืนที่มือ นายวสันต์ ที่วัดท่ามะปริง ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

จากการสอบสวนทราบว่าอาวุธปืนที่ใช้ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งต่อมา เมื่อ 3 พ.ย.61 พนักงานสอบสวน ได้ตรวจพบอาวุธปืนของกลางตก อยู่ที่กองทรายด้านข้างบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเตรียมไว้สำหรับก่อสร้างบ้านเพิ่มเติม อยู่ใกล้ๆ กับจุดเกิดเหต และได้แจ้งให้ พิสูจน์หลักฐาน จ.ชุมพร ให้มาตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่ที่อาวุธปืนของกลาง เบื้องต้นพนักงานสอบสวน มีความเห็นว่าเหตุที่เกิด เป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ โดยผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย และสรุปสำนวนการสอบสวน ไปยังพนักงานอัยการ นอกจากนี้ ภ.จว.ชุมพร ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยคงต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นข้อสงสัยที่ญาติมาร้องเรียน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยหากพบเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ตลอดจนให้ พนักงานสอบสวน หรือ ผู้บังคับบัญชา รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีให้ญาติหรือผู้เกี่ยวข้องทราบเป็นระยะๆ เพื่อมืให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการดำเนินคดี

สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียน ขอความเป็นธรรมคดี สำนวนการสอบสวนต่างๆ หรือ กรณีที่ญาติ ครอบครัว ผู้เสียหาย ต้องแบกโลงศพ มาร้องเรียนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในลักษณะแบบนี้ คงต้องฝากไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เหตุใดถึงปล่อยให้ญาติ ครอบครัว ผู้เสียหาย ผู้ตาย มาร้องเรียนการทำงานกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ การอธิบายถึงขั้นตอน การทำงานตามกระบวนการสอบสวน การดำเนินการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ที่เป็นมาตรฐานได้มีการดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งคงต้องไปดูและตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น หากพบว่ามี ข้อบกพร่อง หรือ ปล่อยปละละเลย คงต้องมีการดำเนินการทางวินัยกับพนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน และ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น