วันที่ 13 ส.ค.ที่สตม.สวนพลูพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. และ จนท.กก.1 บก.สส.สตม. แถลงข่าวจับกุมMR.MOHAMMAD สัญชาติปากีสถาน แก๊งหลอกลวงคนมาทำงานแล้วปลดทรัพย์

พล.ต.ต.พนัญชัย กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ กับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด ประกอบกับ​ก่อนเกิดเหตุมีผู้เสียหายชาวอินเดีย ได้เข้าไปอ่านข้อมูลในเวปเพจเฟชบุ๊ค ชื่อ TESCO MAN POWER PVT Ltd Thailand ซึ่งเป็นเวปเพจเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวอินเดียเพื่อมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งผู้เสียหายได้ติดต่อกับผู้ดูแลเวปเพจและได้พูดคุยกันจนเหลือเชื่อ และได้บินมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2562 เมื่อมาถึงประเทศไทยกลุ่มคนร้ายนัดพบผู้เสียหายที่ย่านสุขุมวิทโดยมากันจำนวน 2 คน หลอกผู้เสียหายว่าต้องไปพักรอที่พัทยาระหว่างดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารใบอนุญาตทำงาน จากนั้นคนร้าย 2 คน และผู้เสียหาย ได้นั่งรถยนต์ออกจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปพัทยา แต่ในระหว่างทางคนร้ายผู้ขับขี่ได้ออกนอกเส้นทางไปยังเส้น หนองแหนะ - บ้านห้วยพลู ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ทันใดนั้นคนร้ายทราบชื่อภายหลัง MR.MOHAMMAD ได้บังคับเอาเงินสดและโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายรวมมูลค่าประมาณ 1 แสนบาทไป และโยนหนังสือเดินทางและกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายออกจากตัวรถ เมื่อผู้เสียหายลงจากรถ คนร้ายทั้ง 2 คนได้ขับรถยนต์หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้ ขอความช่วยเหลือและแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.หนองแหน

​ต่อมาฝ่ายสืบสวน สภ.หนองแหน ได้ประสานมายัง กก.1 บก.สส.สตม. เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยจับกุมคนร้าย 2 คนดังกล่าว ซึ่งคนร้ายคนที่ 1 ทราบชื่อคือ MR.MOHAMMAD สัญชาติปากีสถาน พงส.ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 227/2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” กระทั่งวันที่ 20 ก.ค. 2562 จนท.กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนจนกระทั่งจับกุม MR.MOHAMMAD ไว้ได้บริเวณบ้านเอื้ออาทร อ.ปางปู จ.สมุทรปราการ

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2562 ผู้เสียหายได้เดินทางมายังประเทศไทย และได้ยืนยันว่า MR.MOHAMMAD คือผู้ร่วมก่อเหตุ และยังมีคนร้ายอีกคนหนึ่ง ซึ่ง กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนและรวบรวมข้อมูลจนผู้เสียหายยืนยันว่าคนร้ายคนที่ 2 คือ MR.KULDIP สัญชาติ อินเดีย พงส.สภ.หนองแหนะ จึงยื่นคำร้องขอหมายจับและศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้อนุมัติหมายจับที่ 280/2562 ลง 31 ก.ค. 2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่คอนโดย่านอ่อนนุช - ลาดกระบัง นำส่ง พงส.สภ.หนองแหน เพื่อดำเนินคดีต่อไป