กรมทรัพย์สินทางปัญญารับลูก รมว.พาณิชย์คนใหม่ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดค้นหาสินค้าสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI ตัวใหม่เพิ่มสินค้ามากขึ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผลักดันรายได้จาก 4 พันล้านเป็น 3 หมื่นล้านต่อปี

น.ส.วันเพ็ญ นิโครวนจำรัส รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า หลังจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ได้มอบนโยบายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งค้นหาเพิ่มจำนวนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเร่งส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเพื่อขอความร่วมมือในการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อร่วมกันค้นหาสินค้ารายการใหม่ๆให้มากขึ้น

โดยเมื่อตั้งกรรมการในระดับจังหวัดประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ประมงจังหวัด เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าเข้ามาเป็นกรรมการ เพื่อร่วมกันค้นหาคัดเลือกสินค้ารายการใหม่ๆให้ขึ้นทะเบียน GI เพิ่มอีกจังหวัดละ 1 รายการ จะมีสินค้า GI เพิ่มขึ้นอีก 77 รายการ

“กรมทรัพย์สินทางปัญญาคิดว่า สามารถเพิ่มถึง 100 รายการได้ เพราะแต่ละจังหวัดยังมีสินค้าที่จะเข้ามาจดทะเบียนขึ้นเป็นสินค้า GI ได้ โดยมูลค่าตลาดสินค้า GI ของไทยในปัจจุบัน มีประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้จะผลักดันให้มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาทต่อปีให้ได้ในอนาคต”

ส่วนความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ล่าสุดได้มีการขึ้นทะเบียน GI แล้ว 111 รายการ จาก 71 จังหวัด ยังเหลืออีกแค่ 6 จังหวัดจะมีสินค้า GI ครบทุกจังหวัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศโฆษณา 6 สินค้าเป็นของไทย 5 สินค้าคือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า ฉะเชิงเทรา ผ้าไหมเก็บบ้านเมืองหลวง ศรีสะเกษ ปลาช่อนแม่ลา สิงห์บุรี ทุเรียนในวงระนอง แปจ่อเขียวแม่สอด

สำหรับในจำนวนนี้ เป็นสินค้า GI ในจังหวัดที่ไม่เคยมี GI เลย 4 จังหวัด และเป็นของต่างประเทศ 1 สินค้า คือ กรานา พาดาโน อิตาลี ซึ่งหากไม่มีใครคัดค้าน น่าจะขึ้นทะเบียนได้ภายในเดือนก.ย.62 และเมื่อ 5 สินค้าใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วจะทำให้มีสินค้า GI เพิ่มเป็น 116 รายการ ใน 75 จังหวัด ทำให้เหลือเพียงแค่ 2 จังหวัดที่ยังไม่มีสินค้า GI คือ จ.ปทุมธานี ที่กำลังยื่นจดกล้วยหอมทองปทุมและ จ.อ่างทอง ที่ยื่นจดกลองเอกราช โดยไม่น่าจะขึ้นทะเบียนทันในปีนี้ คาดน่าจะขึ้นทะเบียนได้ในช่วงต้นปี 2563 เลยเป้าหมายการผลักดันโครงการ 1 จังหวัด 1 สินค้า GI ไปนิดเดียว

นอกจากนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมได้เดินหน้าขึ้นทะเบียน GI ในตลาดต่างประเทศจะเน้นในตลาดเป้าหมายที่นิยมสินค้า GI ของไทยและเมื่อเร็วๆนี้ได้ยื่นจดทะเบียนในจีนเพิ่มอีก 2 สินค้าคือ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และทุเรียนปราจีนบุรีและในมาเลเซีย 3 สินค้าคือ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อให้ความคุ้มครองสินค้าของไทย เพราะเป็นสินค้าที่ชาวจีนและชาวมาเลเซียนิยมมาก

โดยปัจจุบันสินค้า GI ไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้วมี 6 รายการคือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยช้าง กาแฟดอยตุง และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในสหภาพยุโรป เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานในเวียดนาม และผ้าไหมยกดอกลำพูนในอินโดนีเซียและอินเดีย และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอในต่างประเทศ 8 รายการได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง มะขามหวานเพชรบูรณ์ในจีน กาแฟดอยตุงในกัมพูชาและญี่ปุ่น มะขามหวานเพชรบูรณ์ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนในเวียดนาม กาแฟดอยช้าง สับปะรดห้วยมุ่นในญี่ปุ่นเป็นต้น