12 สิงหาคมทุกปีเป็นวันอันเป็นสิริมหามงคลของปวงชนชาวไทยด้วยเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยังเป็นวัน “แม่แห่งชาติ”ในปีนี้ทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษาทุกปีที่วันสำคัญนี้มาถึง นำมาซึ่งความสุขแก่คนไทยทั้งประเทศและที่พำนักอยู่ในนานาประเทศต่างพากันตั้งปณิธานว่าเป็นอีกวันที่พร้อมใจกันทำกิจกรรมที่เป็นคุณงามความดีเน้นย้ำการเป็นคนดีในทุกๆวัน ทำประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมเพื่อประโยชน์สุขร่วมกันเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทุ่มเทพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแก่ปวงชนชาวไทยและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาแห่งการดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระราชินี” จนถึง “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ อย่างเอาพระราชหฤทัยใส่ทรงมุ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขสงบแก่ราษฎรและชาติบ้านเมืองด้วยพระราชหฤทัยห่วงใยทั้งด้านการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การแพทย์และสาธารณสุข การต่างประเทศ การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมสิ่งแวดล้อมเป็นต้นเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของพสกนิกรผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสขาดแคลนและประชาชนในชนบทห่างไกล

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานให้จัดตั้งดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบและแหล่งรายได้ แหล่งเรียนรู้ปฏิบัติในการเป็นอาชีพด้วยวิชาการที่ถูกต้องนำสู่การพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เริ่มด้วยโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา ที่สำคัญยังเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรและราษฎรผู้มีรายได้น้อย ช่วยอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย และพัฒนาคุณภาพของฝีมือให้ดียิ่งขึ้น จนสามารถผลิตสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งสร้างสรรค์งานฝีมือชิ้นเยี่ยมไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ อีกทั้งยังทรงปลูกฝังสำนึกคนไทยให้เห็นความสำคัญของการฟื้นฟูรักษาทรัพยากรธรรมควบคู่กันไปด้วยผ่านอาชีพ การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่ส่งเสริมศิลปาชีพแล้ว ยังทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมีค่าของชาติเพื่อให้คงเป็นปัจจัยสำคัญแก่สรรพชีวิตไว้โดยทรงนำพระองค์เป็นแบบอย่างฟื้นฟูป่าแหล่งน้ำ สัตว์ป่าให้คงความสมบูรณ์จากที่อดีตถูกทำลายไปอย่างมากมาย ดังที่ทรงมีพระราชดำรัส ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร 20 ธันวาคม พ.ศ. 2525ความตอนหนึ่งว่า "... พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ ... พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า ..."เป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายที่พระราชทานไว้ทั่วประเทศ

โครงการพระราชดำริสวนป่าหาดทรายใหญ่

โครงการพระราชดำริสวนป่าหาดทรายใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตติดต่อระหว่างอำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสภาพแห้งแล้งทั้งที่ก่อนแผ่นดินแห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดแต่ได้ถูกทำลายลงไป จนปี 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินมา ณ พื้นที่แห่งนี้ ทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นความแห้งแล้ง จึงได้มีพระราชดำริที่จะทำการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นผืนดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีกครั้งและเพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า “แม้พื้นดินจะแห้งแล้งเพียงใดก็สามารถที่จะพัฒนากลับให้ดีได้ด้วยความตั้งใจอดทนที่จะทำการฟื้นธรรมชาติที่เสื่อมสลายไปให้กลับคืนมา”

ปีพุทธศักราช 2526 ได้แปรสภาพเป็นโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติสัตว์ป่า และต้นน้ำลำธารตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมีชื่อว่า “โครงการพระราชดำริสวนป่าหาดทรายใหญ่ ”

โครงการป่ารักน้ำ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2525 ที่บ้านติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร พระราชทานให้จัดตั้ง “โครงการป่ารักน้ำ”ทรงเริ่มโดยการคัดเลือกราษฎรที่ยากจนที่สุด 13 ครอบครัวมาเป็นตัวอย่าง จัดที่ดินให้ราษฎรปลูกพืชหมุนเวียนและปลูกไม้โตเร็วที่ใช้ทำฟืนครอบครัวละ 3 - 5 ไร่ โดยราษฎรดังกล่าวได้รับพระราชทานเงินเดือนประจำครอบครัวละ 1,500 บาท นอกจากนี้ยังได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ฉางข้าว เรือนเพาะชำ และแหล่งน้ำ อันเป็นพระราชประสงค์ให้จัดสร้างบ้านป่ารักน้ำขึ้น เป็น "บ้านน้อยในป่าใหญ่" หรือ "หมู่บ้านป่ารักน้ำ" ทรงชักจูงให้ชาวบ้านปลูกป่าเอง ให้รู้สึกมีความรักป่า และรู้จักใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน พระราชทานให้จัดตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวน ๕ โครงการ ได้แก่ ที่ บ้านถ้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว บ้านป่ารักน้ำ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ บ้านจาร ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง บ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) จ. แม่ฮ่องสอน

ในอดีตพื้นที่บริเวณปางอุ๋ง เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม มีชาวเขาเข้ามาปลูกฝิ่นและใช้เป็นเส้นทางขนส่งยาเสพย์ติด รวมถึงลักลอบตัดไม้อย่างต่อเนื่อง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่ ทั้งปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ และจัดตั้งหมู่บ้านรวมไทยขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงชายแดน ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อดัง มีผู้ขนานนามว่า "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"

โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ. นราธิวาส

ผลจากความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยสูญเสียผู้นำครอบครัว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดิน และจัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อพัฒนา "หมู่บ้านแม่หม้าย" แห่งนี้ ให้กลายเป็น "หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง" ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ สามารถเลี้ยงตนเองได้ ซึ่งอาจช่วยให้ความสุขที่หายไปกลับคืนมา ปัจจุบันโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่างฯ มีจำนวน 54 แห่งกระจายไปทั่วประเทศ

โครงการธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการธนาคารอาหารชุมชน (Food bank) “หนึ่งในพระราชดำริ จากป่าสู่คนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” เนื่องจากทรงมีความห่วงใยสภาพแวดล้อมของโลก จึงมีพระราชประสงค์ให้ทำการเกษตรกรรมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แบบหลากหลาย ทั้งพืชและสัตว์ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานราชการต่างๆและชุมชน เป็นการพัฒนาอย่างสอดคล้องในหลักการที่จะให้ “คน”ได้อาศัยอยู่ร่วมกับ “ป่า” มีการสร้างระบบนิเวศของการเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหาร และใช้ประโยชน์จากป่าอย่างเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นกับคนไทยทั้งประเทศ มิใช่แค่ให้คนที่อาศัยอยู่ในป่าและคนที่อาศัยอยู่ในเมืองมีความสุข มีป่าไว้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกประการหนึ่งด้วย

ไม่เพียงแค่โครงการพระราชดำริต่างๆที่ทรงพระราชทานไว้ทั่วประเทศจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย วาตภัย ในพื้นต่างๆ เช่น ที่จังหวัดอ่างทอง ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศูนย์อพยพและพักพิงเป็นอาคารถาวร บริเวณ หมู่ 8 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีที่อยู่อาศัยระหว่างถูกน้ำท่วมบ้านพัง และเป็นที่พักช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติอื่นๆ รวมทั้งเป็นสถานที่ฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัยมีรายได้เสมือนศูนย์ศิลปาชีพ ในขณะที่ยังไม่มีรายได้จากการเกษตรและอื่นๆ ด้วย ทรงมอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทานช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ยัวความปราบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีแก่เหล่าราษฎรทุกหมู่เหล่าเป็นอย่างยิ่ง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงยึดมั่นในพระราชปณิธานที่ว่า " ทุกข์สุขของทวยราษฎร์ คือทุกข์สุขของพระองค์เอง " จึงเสด็จพระราชดำเนินไปในทุกถิ่นฐานที่ประชาชนได้รับทุกข์เข็ญโดยมิได้ทรงคำนึงถึงภยันตราย จนสามารถกล่าวได้ว่า " ไม่มีที่แห่งหนใดบนผืนแผ่นดินนี้ที่พระองค์มิได้เสด็จฯไปพระราชทานพระเมตตา "ด้วยเหตุนี้ราษฎรจึงเทิดทูนพระองค์ว่าทรงเป็น " แม่ของแผ่นดิน " ผู้ทรงเป็นรัตนนารีที่มีพระราชจริยวัตรงามเลิศ จากพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญด้วยพระวิริยะอุตสาหะอย่างต่อเนื่องยาวนาน ได้สะท้อนให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยเมตตาอันเกิดจากที่ทรงรักประชาชนและรักประเทศชาติมาตลอด

เป็นบุญของชาติและประชาชนชาวไทย ที่มีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระแม่ของแผ่นดินผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เพียบพร้อมเป็นขัตติยรัตนนารี ด้วยเพราะทรงยึดมั่นในพระบวรพระพุทธศาสนา ดำรงพระคุณธรรม พระปัญญาคุณ และพระเมตตากรุณาคุณ พระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ไพศาล เป็นปัจจัยส่งเสริม ให้พระเกียรติคุณขจายขจรไปทั้งประเทศและนานาประเทศทั่วโลก

ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2562ขอพระราชานุญาตอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์ทั่วสากลบันดาลดลให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน

ขอถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าผู้บริหาร พนักงานหนังสือพิมพ์สยามรัฐ