ยังคงต้องติดตามบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.– 16 ส.ค. 2562) แบบใกล้ชิด หลังจากที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวน ซึ่งเฉพาะในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นปิดติดลบถึง 14.48 จุด โดยปิดที่ 1,650.64 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 59,240.66 ล้านบาท เป็นการขายทำกำไรสวนทางตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ มองว่า นักลงทุนต้องการที่จะลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว 3 วัน รวมถึงสงครามการค้าสหรัฐกับจีนที่มีความรุนแรงขึ้น รวมถึงยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน ไทยไตรมาส 2 ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะยังผันผวน โดยให้โฟกัสไปที่การทยอยประกาศงบฯ และให้ติดตามตัวเลขค้าปลีกของสหรัฐฯ และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า พร้อมให้แนวรับ 1,650-1,640 จุด ส่วนแนวต้าน 1,660-1,672 ถัดไป 1,680 จุด

ขณะที่นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในเรื่องของค่าเงินบาทค่อนข้างวิ่งอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากไม่มีปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินบาทมากนัก แต่ยังมีแนวโน้มไปในทิศทางที่แข็งค่าเช่นเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค สำหรับปัจจัยที่จะมีผลในสัปดาห์หน้ายังคงเป็นเรื่องสงครามการค้า รวมทั้งติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่สำคัญ ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.60 - 30.85 บาท/ดอลลาร์