PTT-KV-DJSI-Online

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.62 พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป พ.ต.อ.สมพร ทองรอด รอง ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง. พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกูล รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.อภิชาติ เรนชนะ รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ต.หัตถพล ทองคำ สว.กก.6 บก.ป. พ.ต.ต.วาทิต จิตรจันทึก สว.กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายรุ่งอรุณ หรือขอด แคนเพชร อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 364/53 ลงวันที่ 3 ส.ค.53 ในข้อหา“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ได้ที่หน้าร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนตาย 2 คน ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 15 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพนายณรงค์ ศรีเหรา และนายวิรัตน์ ฉิมพาลี โดยนายณรงค์ฯ เป็นลูกจ้างเลี้ยงวัวให้กับนายวิรัตน์ฯ สภาพศพทั้ง 2 ศพถูกของมีคมฟันที่บริเวณศีรษะ ที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดตกอยู่ จำนวน 2 เล่ม สภาพที่เกิดมีร่องรอยการต่อสู้กัน

จากการสอบสวนสืบสวน และสอบถามพยานถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่า คนร้ายมีจำนวน 2 คน คนที่ 1 นายอนันต์ แผนสมบูรณ์ ส่วนคนที่ 2 นายรุ่งอรุณ หรือขอด แคนแพชร (ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม) โดยนายรุ่งอรุณ และนายอนันต์ฯ มีคอกวัวและได้เลี้ยงวัวอยู่บริเวณที่เดียวกัน และจะไปเที่ยวด้วยกันตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 จนทราบว่านายอนันต์ ได้เสียชีวิตแล้วที่ จ.ขอนแก่น ส่วนนายรุ่งอรุณ ยังหลบหนีอยู่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายรุ่งอรุณ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ จ.กระบี่ โดยมาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายรุ่งอรุณ ตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้นนายรุ่งอรุณ ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า ในวันเกิดเหตุ นายอนันต์ ได้มาชวนตนไปทวงเงินค่าขายวัว แต่ตนไม่ได้ไปกับ นายอนันต์ฯ จากนั้นไม่นานนายอนันต์ ได้กลับมาหาตน แล้วขอช่วยให้ไปส่งที่บ้าน ตนจึงยอมไปส่งนายอนันต์ ที่บ้าน โดยตนสังเกตเห็นว่า เสื้อกางเกงของนายอนันต์ฯ มีเลือดติดอยู่ตามลำตัว แต่ตนไม่ทราบว่านายอนันต์ฯ ไปทำอะไรมา จากนั้นนายอนันต์ฯ ก็พูดว่า “มึงก็พลอยไปกับกูด้วย เพราะมึงมาส่งกู” เมื่อตนกลับมาถึงบ้านตนจึงได้หลบหนีไปบวชที่ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 พรรษา จากนั้นเมื่อสึกจากพระตนได้เดินทางลงภาคใต้ เพื่อมาหางานทำ จนได้มาทำ งานอยู่ที่ร้านช่องพลีก่อสร้าง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม มาจับกุมตัว พร้อมกับแจ้งสิทธิทั้งหมดให้ทราบ คุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีต่อไป