แม้จะเป็นคดีความ เรื่องราวส่วนตัวของ "วิรัช รัตนเศรษฐ" ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดคดีสร้างฟุตซอล ก็ตาม แต่อย่าลืมว่า วันนี้วิรัช คือหนึ่งในขุนพลคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ และเพิ่งส่ง "ลูกชาย"คือ "อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เข้าไปนั่งเป็น "รัฐมนตรี"ในรัฐบาล "ประยุทธ์2/1"

นั่นย่อมหมายความว่า กรณีของวิรัช ย่อมจะนำมาซึ่ง "คำถาม" และ "แรงกระเพื่อม" กระทบไปยังรัฐบาล อันมี "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดวิรัช และพวกรวม 24 คน กรณีการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล ในพื้นที่เขต2 จ.นครราช สีมา จากการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2555 หรืองบแปรญัตติ ในสมัยที่วิรัช ดำรงตำแหน่งส.ส.นครราชสีมา สังกัดพรรคเพื่อไทย รวมทั้งในคดีนี้ยังมี "ทัศนียา รัตนเศรษฐ" ส.ส.นครราชสีมา และ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และวันนี้ ทั้งสามคนต่างเป็นส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลนั่นเอง

ล่าสุด "วิเชียร ชวลิต" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงความมั่นใจแล้วว่า จากกรณีดังกล่าว แม้ทั้ง วิรัช-ทัศนียาและทัศนาพร ในปัจจุบันคือสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐก็ตามแต่จะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างแน่นอน อีกทั้ง การชี้มูลของ ป.ป.ช.ยังเป็นเพียงขั้นตอนที่กล่าวหาบุคคล และต้องรอกระบวนการทางศาลที่จะเป็นผู้ตัดสินต่อไป

ระหว่างที่ ลูกพรรคพลังประชารัฐกำลังเผชิญหน้ากับคดีความที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลอยู่นั้น ปรากฎว่า "ฝ่ายค้าน" เองกำลังเร่ง "ขยายแผล" ประเด็นที่ว่าด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ทั้งการเปิดเกมบุกในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการเตรียมตั้งกระทู้ถามในกรณีดังกล่าว ในการประชุมสภาฯด้วยหวังว่า กรณีนี้จะสามารถทำให้พล.อ.ประยุทธ์ และครม. มีอันต้องปิดฉาก ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้น

ถึงกับมีข้อเสนอจาก "ชัยเกษม นิติสิริ" แกนนำพรรคเพื่อไทย เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการถวายสัตย์ปฏิญาณ และขอพระราชทานอภัยโทษ พร้อมขอนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้ถูกต้อง

ปัญหาที่โหมเข้าใส่ผู้นำรัฐบาล เวลานี้มีทั้งประเด็นอันเกิดจากแกนนำพรรคอย่างวิรัชไปจนถึงเรื่องใหญ่ กรณีการถวายสัตย์ จะยืนระยะเขย่า ทั้งพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์ ไปได้นานแค่ไหน เพราะยิ่งยืดเยื้อ ยาวนาน ดูจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลทั้งสิ้น !