ล็อตแรก อภ.ส่งมอบ 4.5 พันขวด รมว.สธ.ส่งต่อให้ 12 รพ.ในสังกัด โดยการใช้ให้อยู่ในการดูแลใกล้ชิดของแพทย์ ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพ อนุทินเผยข่าวดีสูตรน้ำมันอ.เดชา สัปดาห์หน้าได้ของกลางจากปสส.นำไปผลิต คาดอีกไม่นานได้ใช้แน่นอน เชื่ออนาคตไทยจะเป็นศูนย์กลางกัญชาโลกเพื่อการแพทย์ได้

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวการรับมอบผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาล็อตแรกจากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยกล่าวว่า อภ.ได้นำสารสกัดกัญชาสูตร THC จำนวน 4,500 ขวด มามอบให้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยฯ รับไว้ เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ 12 ศูนย์ 12 แห่งที่อยู่ในโครงการวิจัยได้ใช้และผู้ป่ วยในโครงการวิจัย 2 ประเภท ได้แก่ การ ศึกษาวิจัย และการรักษากรณีจำเป็นสาหรับผู้ป่วยเฉพาะราย เพื่อให้เข้าถึงการรักษาด้วยสารสกัดน้ำมันกัญชา และภายในสิ้นเดือนนี้ อภ.จะนำผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่มีสาร CBD มามอบให้อีก ต่อนี้ไปจะร่วมมือในเครือข่ายทำวิจัยให้มากขึ้น ร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการแพทย์ต่างๆ สถาบันการเกษตรต่างๆ มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อวิจัยหาสายพันธุ์ที่ดี เพื่อเป็นวัตถุดิบมาสกัด รักษาผู้ป่วยต่อไป ถือเป็นก้าวแรกเสรีกัญชาทางการแพทย์

ทั้งนี้ เรานำของที่เป็นสิ่งเสพติด ของผิดกฎหมาย ซื้อขายใต้ดิน ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้นำขึ้นมาบนดิน ให้ผู้ผลิตยาที่น่าเชื่อถือผลิต คัดกรองแยกสารพิษอันตรายออกไป เหลือแต่สารสกัดบริสุทธิ์ นำมาใช้ทางการแพทย์ ซึ่งผู้ที่จะใช้ได้ต้องผ่านการคัดกรองโดยแพทย์ และอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ยกเว้นบางโรคที่ไม่เข้าข่ายอาจต้องมีค่าใช้จ่าย ขณะที่หมอพื้นบ้านได้รับการรับรองให้รักษาชาวบ้านได้ ซึ่งหมอพื้นบ้านที่เคยใช้กัญชารักษาโรค ต่อจากนี้ก็สามารถใช้สารสกัดจากกัญชาจากกระทรวงสาธารณสุขไปรักษาชาวบ้านได้ เป็นการลดภาระให้กับแพทย์พยาบาลอีกทางหนึ่ง

นายอนุทินกล่าวว่า มีข่าวดีว่ากรมการแพทย์แผนไทยได้รับหนังสือแจ้งเป็นทางการจากปปส.ให้ของกลางกัญชา 1,000 กก. จะส่งมอบในสัปดาห์หน้าจะส่งต่อให้มีการผลิตสูตรน้ำมันกัญชาของอ.เดชา ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะได้ใช้

องค์การเภสัชกรรมระบุ ที่ล่าช้ากว่ากำหนดในเดือนพ.ค. เพราะใช้ของกลางผลิต แต่ด้วยมีสารเคมีโลหะหนัก จึงต้องปลูกเอง เพื่อให้ได้ยาที่ดีมีคุณภาพ เรื่องประสิทธิผล สำหรับการใช้ต้องตามโรคที่วินิจฉัย มี 3 สูตร เพื่อให้หมอได้ใช้ตามโรค ส่วนเรื่องความปลอดภัย ปลูกในระบบปราศจากยาฆ่าแมลง ไม่มีเชื้อรา แบคทีเรีย เรื่องความคงตัว แต่ละล็อตจะมีปริมาณสารสำคัญคงที่

สำหรับระยะแรกจะใช้ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 12 ศูนย์ 12 แห่งทั่วประเทศไทยที่ประกอบด้วย รพ.ลำปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ รพ.สระบุรี รพ.ราชบุรี รพ.ระยอง รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.บุรีรัมย์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยคนไข้ต้องผ่านการคัดกรองจากแพทย์ แพทย์ต้องติดตามอาการใกล้ชิดและทำรายงานข้อมูลสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นภาพรวมของไทย ทำให้รู้ว่าสูตรใด เหมาะกับคนไข้ใด ซึ่งคาดว่าต่อไปในอนาคตประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์ใหญ่ของโลกได้ เพราะเมื่อมีการปลูกกับสถาบันที่เกี่ยวข้องจะมีการบันทึกว่าพื้นที่ใด สายพันธุ์ใดที่ดี สามารถพัฒนาต่อยอดได้

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข กล่าวว่า น้ำมันกัญชาชนิด THC สูงที่ได้รับ 3,900 ขวดจะกระจายไปให้ โรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง เขตสุขภาพละ 1 แห่ง ได้แก่ รพ.ลาปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.สวรรค์ประชา รักษ์ จ.นครสวรรค์ รพ.สระบุรี รพ.ราชบุรี รพ.ระยอง รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.บุรีรัมย์ รพ.สรรพสิทธิ ประสงค์ จ.อุบลราชธานี รพ.สุราษฎรธานี รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และในเดือนก.ย. จะได้เริ่มกระจายน้ำมัน กัญชาสูตรตารับแพทย์แผนไทย ผ่านสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย 7 แห่งครอบคลุมทุกภาค ได้แก่ ภาคเหนือ รพร.เด่นชัย จ.แพร่ และรพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ภาคกลางที่ รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม และรพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และรพ.คู เมืองจ.บุรีรัมย์ ภาคใต้ที่รพ.ท่าฉาง จ.สรุาษฎร์ธานี

ขณะที่นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สารสกัดน้ำ มันกัญชาล็อตแรก 600 ขวด ที่กรมการแพทย์ได้รับเป็นชนิด THC สูง จะนาไปใช้ในการศึกษาวิจัยเซลล์มะเร็ง ในหลอดทดลอง 100 ขวด เพื่อศึกษา ฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวและเพิ่มเซลล์มะเร็ง 10ชนิดได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งท่อทางเดินน้ำดี มะเร็ง เต้านม มะเร็งลาไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และ มะเร็ง ตับอ่อน อีก 500 ขวด จะนำไปศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัด กัญ ชาในหนูทดลองรวมถึงทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลองสาหรับน้ำมันกัญชาชนิดที่มี ีอัตราส่วนTHCต่อCBD 1 : 1 และ CBD สูง จะมอบให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย และการศึกษาวิจัย คุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ไ ด้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว บางส่วนจะนาไปใช้กับผู้ป่วยโรคลมชัก

อีกทั้งได้ตั้งคลินิกให้คาปรึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ในโรงพยาบาล / สถาบันเฉพาะทางแล้ว อาทิ สถาบันมะเร็ง แห่งชาติ สถาบันบาบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี สถาบันทันตกรรม เป็นต้น และจะครบ 32 แห่ง กลางเดือนส.ค.นี้ ประชาชนปรึกษาเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพิษจากกัญชาได้ที่สายด่วน 1165 ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ยา และน้ำมันกัญชาต่าง ๆ ได้พัฒนาวิธีการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ให้มีมาตรฐานปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีต่อการใช้ของประชาชน

ด้านนพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.ได้ร่วมกับ สถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) เปิดตัว Smartbar Application ซึ่งได้เริ่มให้บริการประชาชน ในการตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมายที่มีจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดย ผ่าน Smart Phone ด้วยระบบ Android ส่วนระบบ IOS จะใช้ได้ตั้งแต่ 15 ส.ค.62 โดยสแกนบาร์โค้ด 2 มิติ (GS1DataMatrix) บนผลิตภัณฑ์กัญชาด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลาเพื่อตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ กับอย. ได้แก่ ชื่อผลิตภัณฑ์ ความแรง รูปแบบผลิตภัณฑ์ ขนาดบรรจุ ข้อมูลผู้ผลิต เป็นต้น ซึ่งเลขบาร์โค้ดจะพร้อมรองรับการติดตามและสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ได้ในระดับรายชั้นแบบrealtime

ในอนาคตจะสามารถติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวการนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ อย.ยังมีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาครอบคลุมผลิตภัณฑ์กัญชา ทั้งกรณีการแพทย์แผนปัจจุบัน และตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ กรณีการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน รวมทั้งกัญชาที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย (กัญชาใต้ดิน) ประชาชนที่ประสบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ จากการใช้กัญชาสามารถรายงานผ่านระบบonlineศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://thaihpvc.fda.moph.go.th/ หรือ http://www.fda.moph.go.th