ม็อบฮ่องกงยังประท้วงต่อเนื่องใน7ย่านหลัก โดยเริ่มบ่ายวันอังคารนี้ ด้านกงสุลเตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม ขณะที่ ปักกิ่งสะกิดลุงแซมหยุดแทรกแซงเหตุประท้วง พร้อมซัดม็อบเถื่อข้ามเส้นชุมนุมอย่างสันติ หลังก่อจลาจล

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า จะมีการจัดชุมนุมประท้วงในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ในวันอังคารนี้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดหยุดงานและกระจายการชุมนุมประท้วงใน 7 ย่านหลัก ได้แก่ แอดมิรัลตี มงก๊ก หว่องไทซิน ชาถิ่น เซิงหว่าน เถียนเหมิน และไท่โป๋ ซึ่งการชุมนุมประท้วงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงฯ ได้ประกาศแจ้งเตือน โดยขอให้คนไทยในฮ่องกงหลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วงและพื้นที่ใกล้เคียง และเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์ รถไฟใต้ดินเอ็มทีอาร์ และการเดินทางไปสนามบิน เนื่องจากมีการปิดกั้นและขัดขวางการขนส่งมวลชนในฮ่องกงเป็นวงกว้าง

ขณะเดียวกัน ทางด้านสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือจีนแผ่นดินใหญ่ โดยนางหัว ชุ่นอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความเห็นเพื่อตอบโต้จดหมายจากนักกฎหมายของสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯยุติความช่วยเหลือในการปราบปรามการประท้วงอย่างสงบของฮ่องกง และปฎิเสธแนวคิดที่ว่าการประท้วงดังกล่าวเป็นการก่อจลาจล โดยประชนชาวสหรัฐฯ เรียกคนผิวสีว่า ฃผิวขาวด้วยเจตนาอันมุ่งร้าย รัฐบาลจีนก็ขอคัดค้านเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ นางหัว ได้ตั้งคำถามต่อท่าทีของสหรัฐฯว่า สหรัฐฯจะเรียกสถานการณ์เหล่านี้ว่าเป็นการประท้วงอย่างสันติได้อย่างไร ในเมื่อผู้คนจากทั่วโลกต่างเป็นประจักษ์พยานต่อเหตุการณ์กลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงได้ถืออาวุธเป็นกระบองเหล็ก บุกเข้าไปยังอาคารสภานิติบัญญัติและสำนักงานติดต่อประสานงานของจีนประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า พวกเขาต้องการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ กีดขวางการจราจร ครอบครองอาวุธและวัตถุที่เป็นอันตรายร้ายแรง รวมถึงพวกเขาโจมตีทำร้ายร่างกายตำรวจด้วยวิธีที่อันตราย ที่อาจทำให้ถึงตายได้ หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส เช่นกรณีผู้ประท้วง ทำร้ายร่างกายและกัดตำรวจจนนิ้วขาด ตลอดจนพวกเขาได้สร้างความเสื่อมเสียให้แก่สัญลักษณ์ประจำชาติและธงประจำชาติ

นางหัว ยังกล่าวอีกว่า ทุกคนที่มีมโนธรรมจะเห็นพ้องว่าพฤติกรรมที่รุนแรงเหล่านี้ได้ข้ามเส้นของสังคมที่มีอารยะ พวกเขาได้ข้ามเส้นการประท้วงเชิงสันติและเสรีภาพในการแสดงออก พวกเขาเหยียบย่ำกฎหมายของฮ่องกงอย่างไม่ยำเกรง คุกคามความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนละเมิดหลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ ซึ่งทางการปักกิ่งไม่สามารถอดกลั้นต่อสิ่งเหล่านี้ได้