ถ้าคิดจะตีเหล็ก ก็ต้องตีเมื่อตอนที่ยังร้อน ถ้าคิดจะ “เขย่า” รัฐบาลของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ ิจันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าของรหัส “สนามไชย1” คนใหม่ ก็ต้องเร่งเดินหน้ากระหน่ำซ้ำด้วยการใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร ให้เกิดประโยชน์ หลังจากที่ “7พรรคฝ่ายค้าน” มองเห็นแล้วว่า หากดึง “ขุนทหาร” เข้าสภาฯ เมื่อใด ความแข็งแกร่ง จะลดลงทันตาเห็น !

ความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมฝ่ายค้านตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้นจะพบว่า ทั้ง พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ต่างร่วมแรงร่วมใจ เปิดเกมถล่มรัฐบาล ทั้งในและนอกสภาฯในลักษณะ “คู่ขนาน” ด้วยการเดินสายเปิดเกมกดดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ตามจังหวัดต่างๆ

ขณะเดียวกันยังเตรียมที่จะใช้เวทีสภาฯ ซักฟอก ขยายแผลขย่มปมที่ว่าด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของครม. ว่าอาจจะเข้าข่ายกระทำขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลสะเทือนไปทั้งถึง “เรือเหล็ก” ทั้งลำ !

แม้ในประเด็นดังกล่าว ทั้ง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล จะออกมาเตือนแล้วว่า สักวันจะรู้ว่าทำไม จึงไม่ควรถามหรือพูดกันถึงเรื่องนี้ รวมทั้งล่าสุดตัวพล.อ.ประยุทธ์ เองระบุด้วยว่า ทุกอย่างจบไปแล้วโดยได้ยึดตามรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดีมีความพยายามจากพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ตั้งธงว่าเตรียมเขย่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยกรณีการถวายสัตย์ฯ หลังจากที่ได้ประเมินจุดอ่อน -จุดแข็ง ข้อดี -ข้อด้อย จากการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ที่พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งแถลงต่อรัฐสภา เสร็จสิ้นลงไปแล้วนั้น ว่าเป็นอย่างไร

แม้พรรคฝ่ายค้านเอง จะรู้ดีว่า โอกาสที่จะ “ล้ม” รัฐบาลนั้นยากที่เกิดขึ้นได้ในสภาฯ เช่นเดียวกับการที่ประเมินทิศทางกันได้ว่า แม้พรรคฝ่ายค้านจะเปิดเกม “เดินสายเขย่า” ด้วยการจัดกิจกรรมตามจังหวัดต่างๆ

ทั้งการปลุกประเด็นที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการหยิบยกปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องปากท้อง รวมทั้งความไม่สงบอันเนื่องมาจาก “ระเบิดป่วนเมือง” ที่ลุกลามทั้งในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด จะเป็นเพียง “ไม้ซีก” ที่ยากจะงัด “ไม้ซุง” ก็ตามที

แต่การที่จะปล่อยให้ “เรือเหล็ก” ภายใต้การควบคุมของ พล.อ.ประยุทธ์ แล่นไปอย่างราบรื่น ราบเรียบ ย่อมมีแต่จะทำให้ “ฝ่ายค้าน” กลายเป็นฝ่าย “ตกที่นั่งลำบาก” มากขึ้นทุกขณะ!!

เพราะไหนฝ่ายค้าน อาจจะถูกตีโอบล้อมด้วย “ผลงานรัฐบาล” ที่จะมาจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคต่างต้องแข่งกันสร้างผลงาน ไหนจะเป็นเพราะตัวพรรคฝ่ายค้านเอง ซึ่งต่าง “ติดหล่ม” ปัญหาของตัวเอง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในสภาพอ่อนแรง ขาดน้ำเลี้ยง มาสนับสนุน

ส่วนพรรคอนาคตใหม่ เองต้องเร่งเดินหน้า ทำกิจกรรมทั้งในและนอกสภาให้เกิดผลมากที่สุด และดูเหมือนจะเป็นการเร่งทำงานไปพร้อมๆกับการเฝ้าลุ้น “ชะตากรรม” ของทั้ง “หัวหน้าพรรค” ที่ชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จากคดีถือหุ้นสื่อ และคดีให้พรรคกู้ยืมเงิน 10 ล้านบาท ซึ่งหากผลในทางคดีออกมาเป็น “ลบ” ย่อมมีแรงกระแทกไปถึงพรรคอนาคตใหม่ ให้ถูกยุบพรรคตามมา เป็นคลื่นลมระลอกใหม่

หมายความว่าพรรคอนาคตใหม่กำลังทำงานแข่งกับเวลา และต้องลุ้นชะตากรรมของหัวหน้าพรรค ไปจนถึง “สถานะ” ของพรรค

ทั้งนั้นทั้งนี้ จึงกลายเป็นสถานการณ์ที่ลึกๆแล้วกำลังกดดัน บีบคั้นให้พรรคฝ่ายค้านต้องเร่งตีเหล็ก เขย่ารัฐบาลเมื่อมองเห็น “จุดอ่อน” !