ในห้วงเวลาที่ประเทศไทย กำลังต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในการเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน และประเทศคู่เจรจา กว่า 30ประเทศนั้น ก็มีเหตุระเบิดขึ้นหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย ขณะที่จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยวางระเบิดป้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 รายขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้

แน่นอนว่า ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลโหม และคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณด้วย

ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น ส่งผลในเชิงจิตวิทยา โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ เสียงระเบิดซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย

โดยนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนทำให้ การเตรียมการรับมือนั้นยากอยู่แล้ว ไม่อยากให้มีปัจจัยลบใดๆ มากระทบกับความเชื่อมั่น ซึ่งคนที่สร้างเหตุการณ์ขึ้น คงหวังผลให้เกิดความหวาดกลัว หวังผลทำให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความกลัวให้เกิดขึ้น หากฝ่ายความมั่นคงรับมือได้ดีทุกอย่างจบในเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีผลระยะสั้น ไม่กระทบต่อตัวเลขเศรษฐกิจ

ทั้งนี้การที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งภาพลักษณ์การลงทุนเริ่มดีขึ้น อยากให้คนไทยประเทศช่วยกันรักษาตรงนี้ไว้ อยากให้เรื่องระเบิดเป็นแค่เหตุการณ์ระยะสั้น

กระนั้น ฟังจากพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) บอกว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้

ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ยังตั้งข้อสังเกต รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ จากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่เป็นห่วงคือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศ มาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้เอง ทั้งที่มาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่

พล.อ.อภิรัชต์ ยังชี้ว่า เป็นสิ่งบอกเหตุทางการเมือง อาจมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

อีกด้านหนึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่าการระเบิดมีความเชื่อมโยงกัน 2-3 จุด เนื่องจากเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน ซึ่งผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมคล้ายกับกลุ่มที่เคยลอบวางระเบิดใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 แต่เป็นกลุ่มคนหน้าใหม่จึงไม่มีข้อมูล ในสารบบ

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอให้มีการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ รวมทั้งสาวถึงผู้บังการได้โดยเร็ว ก็จะเป็นผลดีต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยมากเท่านั้น ภายใต้ปัจจัยลบต่างๆ ทั้งภาวะน้ำแล้ง จากฝนทิ้งช่วง ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรประสบปัญหาในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เสียงระเบิดมาเปิดเพิ่มปัจตัยลบ จึงต้องรีบจบปิดจ๊อบโดยเร็ว