รศ.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แชร์ลิงค์ข่าวที่นายปวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาตรา112 โพสต์ว่าตนเองและแฟนถูกชายชุดดำบุกทำร้ายในห้องนอนที่ญี่ปุ่น

โดย รศ.สุวินัย ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า...

ปวิน
////
เกียวโตเป็นเมืองเล็กๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน
สิ่งที่เกิดกับอ.ปวิน ในบ้านพักของเขาช่วงเช้ามืด แม้คนร้ายแค่บุกเข้ามาฉีดสเปรย์เท่านั้นก็จริง แต่มันบ่งชี้ว่าฝ่ายตรงข้ามอ.ปวินรู้จักที่อยู่และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของอ.ปวินเป็นอย่างดี
คนร้ายที่แต่งกายชุดดำสามารถเปิดประตูที่ล็อคอยู่เข้ามาได้ นอกจากนี้สามารถหลบหนีไปได้โดยแฟนของปวินวิ่งตามไม่ทัน แสดงว่าคนร้ายน่าจะมีผู้ช่วยขับรถพาหนีไปอย่างรวดเร็ว ถนนในเกียวโตเป็นตารางหมากรุก ในช่วงเวลาเช้าตรู่รถราแล่นน้อยอยู่แล้ว ... คนร้ายเตรียมการมาดีทั้งการแต่งชุดดำ เปิดประตูห้องที่ล็อคอยู่โดยที่อ.ปวินและแฟนไม่รู้สึกตัวตื่น อีกทั้งยังสามารถหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว ... ที่ข้องใจก็คือ คนร้ายในชุดดำเป็นคนไทยหรือไม่ และทำไมเพิ่งมาคุกคามอ.ปวินหลังจากที่คสช.ลงจากอำนาจแล้ว
โดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นทำนะ ต่อไปอ.ปวินคงต้องระวังตัวมากกว่านี้แล้วละ
+++++
"ปวิน" โผล่โพสต์โซเชียลเผย 8 ก.ค. ถูกชายชุดดำบุกทำร้ายคาที่นอนในบ้านพักที่เกียวโต
.
"ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" โผล่โพสต์ข้อความในโซเชียลหลังหายหน้าเกือบหนึ่งเดือน ระบเมื่อ 8 ก.ค. ถูกชายชุดดำบุกพ่นสเปรย์ผสมสารเคมีบนที่นอนในบ้านพักที่กรุงเกียวโต บก.วอชิงตันโพสต์ อ้างเกี่ยวโยงกับขบวนการคุกคามกลุ่มคนที่อยู่ตรงข้าม คสช.
.
"เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปวินและแฟนของเขาตกใจตื่นขึ้นในห้องนอนของเขาที่บ้านในกรุงเกียวโต ชายในชุดดำลอบเข้ามาในห้องและพ่นสเปรย์สารเคมีบางอย่างไปยังทั้งสองคู่ที่ยังอยู่บนเตียง โดยผลจากสเปรย์ทำให้ทั้งคู่รู้สึกระคายเคืองผิว จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีออกไป แม้ว่าแฟนของปวินจะพยายามไล่ตามแต่ก็ไม่ทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรุดมายังที่เกิดเหตุ โดยปวินและแฟนของเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งแพทย์สามารถที่จะรักษาอาการระคายเคืองที่เกิดขึ้นได้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสารเคมีที่ถูกพ่นออกมาจาสเปรย์นั้นคืออะไร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นกำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่" คาริลระบุ และว่า
.
"บางคนอาจโบ้ยว่าเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันเล่น ๆ เท่านั้น แต่การอนุมานเช่นนั้นถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง เพราะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่กองทัพไทยได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจ ผู้ที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลทหารก็ถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะผู้ที่หลบหนีไปอาศัยอยู่นอกประเทศ"