ยืดเยื้อยาวนานมาเป็นสัปดาห์ที่ 8 แล้วสำหรับการชุมนุมประท้วงที่ต้องการให้ถอนร่างกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนออกจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ และต้องการให้นางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่ง

สถานการณ์ที่ปรากฎเป็นข่าวนั้น ยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ก่อนหน้านี้ผู้ชุมนุมเคยใช้วิธีการปิดล้อมอาคารสภานิติบัญญัติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุม

ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหา “ม็อบชนม็อบ” เมื่อมีกลุ่มชายชุดขาวฝั่งสนับสนุนรัฐบาลจีนใช้แท่งโลหะ และไม้บุกทำร้ายผู้ชุมนุมในรถไฟใต้ดินจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สะท้อนความแตกแยกแบ่งขั้วในฮ่องกงอย่างชัดเจน

และที่ฮือฮาก็คือ มีอดีตนักมวยไทย อาทิตย์ เรือนเพชร ปรากฎตัวเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเสื้อขาวที่ก่อเหตุใช้ไม้และเหล็กไล่ทุบตีกลุ่มม็อบเสื้อดำด้วย

ที่สุด ก็เหมือนจะเดินเข้าสู่ “ไทยโมเดล” เมื่อผู้ชุมนุมย้ายมาประท้วงที่สนามบิน โดยอ้างเหตุผลว่าต้องการอธิบายให้ผู้มาเยือน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้รู้ข่าวสารที่แท้จริง เพราะทางการจีนเซนเซอร์เนื้อหาเกี่ยวกับการประท้วงที่ฮ่องกง และอ้างว่าสื่อของทางการจีนยังรายงานข่าวบิดเบือนให้คนจีนเข้าใจผิดว่าการประท้วงที่ฮ่องกงนั้นรุนแรงและมีต่างชาติสนับสนุนให้สร้างความปั่นป่วนให้กับจีนแผ่นดินใหญ่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2562 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่าทีของจีนแผ่นดินใหญ่ ผ่านนายหยาง กวง โฆษกสำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของรัฐบาลจีน ที่แถลงในกรุงปักกิ่งว่า รัฐบาลกลางติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฮ่องกงอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เหตุประท้วงซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ได้ลุกลามบานปลายจนไปไกลกว่าการชุมนุมประท้วงอย่างสันติแล้วในขณะนี้ การประท้วงและเหตุการณ์รุนแรงได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนในฮ่องกง ซึ่งเป็นการทำลายหลักนิติธรรม ความสงบเรียบร้อยทางสังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน และภาพลักษณ์ของฮ่องกงอย่างรุนแรง

กรณีม็อบฮ่องกง ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นบทเรียน ให้กับประเทศไทย ในห้วงเวลานี้ ที่บรรยากาศความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดกำลังขยายตัวไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่เราเพิ่งผ่านเหตุการณ์วิกฤติการเมืองมาได้ไม่นาน ความอึมครึมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ ก็ทำให้หลายฝ่ายจิตประหวัดไปว่า วิกฤติจะหวนคืนกลับมาอีกครั้งหรือไม่

โดยเฉพาะปัจจุบัน รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้อำนาจตามมาตรา 44 อยู่ในมือ ไม่มีดาบอาญาสิทธิ์ในการควบคุมสถานการณ์ ดังนั้นหากมีบางกลุ่มบางฝ่ายขนคนลงถนน ก็อาจจะไม่ง่าย แม้จะนั่งควบในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คุมกองทัพเอาไว้ในมือด้วยตนเองก็ตาม

ยิ่งในฉากต่อไปของการต่อสู้ทางการเมืองของฝ่ายค้าน ตั้งธงไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว การเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวนี้ ในท่าทีของรัฐบาลท่ไม่ได้ให้ความสำคัญ จำเป็นเร่งด่วนกับเรื่องดังกล่าวนัก จึงอาจผลักให้มีการเดินเกมนอกสภาฯ และอาจต้องฝันร้ายเฉกเช่นเกาะฮ่องกงในยามนี้