ท่ามกลางการแข่งขันและกระแสการชะลอดตัวทางธุรกิจตามภาวะเศรษฐกิจ แต่สำหรับอุตสาหกรรมธุรกิจเอสเอ็มอีจิวเวอรี่ไทย กลับเติบโตสวนทางและกล้าเดินหน้าขยายสาขาและตลาดในต่างประเทศ และส่วนหนึ่งหันมาทำการตลาดผ่านโปรโมชั่น และธุรกิจอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น รวมถึงการสร้างแบรนด์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

น.ส.คัณธรส หาญไชยพิบูลย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทออเร้นจ์ ริเวอร์ เจมส์ จำกัด ผู้บริหาร ร้านเพชร Grand L’amour เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้สภาวะเศรษฐกิจจะเป็นช่วงชะลอตัว ซึ่งหลายๆ ภาคส่วนอาจได้รับผลกระทบในด้านกำลังซื้อชะลอตัวตาม แต่ในธุรกิจจิวเวอรี่ กลับมีแนวโน้มการเติบโตที่เป็นไปในทางตรงกันข้าม ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการปรับตัว และเร่งทำโปรชั่น รวมถึงการเน้นคุณภาพ และทิศทางการค้าแบบออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น

“ในปีที่ผ่านมาและปีนี้ต้องยอมรับว่าในภาพรวมของธุรกิจจิวเวอรี่และอุตสาหกรรมเครื่องประดับได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการหลายรายปรับตัวให้เข้ากับภาวะที่เกิดขึ้น และมีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี โดยเน้นไปในเรื่อของการกระตุ้นกำลังซื้อ รวมถึงการออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ทันสมัยมากขึ้น”

อย่างไรก็ตามในปีหน้าเชื่อว่าธุรกิจและอุตสาหกรรมจิวเวอรี่ โดยเฉพาะในกลุ่มของเอสเอ็มอี น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ธุรกิจจิวเวอรี่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ เพราะไม่ว่าฐานสำคัญของลูกค้าจะเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น หากผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและรูปแบบเป็นที่ต้องการของตลาด และมีกลยุทธ์ที่ดีจะสามารถยืนหยัดได้

“ทุกวันนี้ผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในระดับที่สูง เพราะอย่างน้อยต้องมีการแต่งงาน มีการซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึก หรือแม้แต่การซื้อเก็บแทนทรัพย์สินต่างๆ ดังนั้นในอุตสาหกรรมจิวเวอรี่ หากสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองกับดีมานด์ได้ตรงจุดก็น่าจะช่วยให้อยู่รอดและเติบโตได้ในอนาคต”

สำหรับทิศทางการลงทุนขยายสาขา และการลงทุนในต่างประเทศนั้น แบรนด์ Grand L’amour แม้จะเป็นเพียงธุรกิจประเภทเอสเอ็มอี แต่มีแผนธุรกิจในเรื่องของการขยายสาขาเพื่อรองรับตลาดใหม่ๆอาทิ กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มที่จะแต่งงาน หรือกลุ่มที่เริ่มทำงานและหันมาสะสมสินทรัพย์กันมากขึ้น รวมถึงเตรียมเปิดแบรนด์ทางเลือกเพื่อขยายกลุ่มลูกค้า

นอกจากนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจไปในตลาดอาเซียน รวมถึงตลาดจีน โดยธุรกิจและอุตสาหกรรมจิวเวอรี่มีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางที่ดี ซึ่งเป็นแผนการในอนาคตของบริษัท เชื่อว่าในปีหน้า ตลาดจิวเวอรี่ทั้งในและต่างประเทศจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง