" วันนี้คิดว่าไม่ว่าจะเป็นเรืออะไรก็ตาม ต้องเป็นเรือที่พาคน70ล้านคนไปด้วยกันให้ได้ คน70ล้านมันน้อยที่ไหน? สื่อที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมก็ถือว่าเป็น1 ใน70ล้านคน

เพราะฉะนั้น การที่เรือจะลอยหรือจม จะไปได้หรือไม่ได้? ขึ้นอยู่กับน้ำ และน้ำก็คือประชาชนที่จะทำให้เรือลำนี้วิ่งต่อไปได้ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่พายก็อย่าไปราน้ำ เพรเรือก็หนักอยู่พอสมควร?แล้ว? มีคน? 70? ล้านคน? ก?็ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วย"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ "สนามไชย1" ได้บอกกับสื่อถึงภาระหน้าที่ที่อยู่บนบ่าของตนเอง ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ภายหลังการประชุมครม.นัดแรกอย่างเป็นทางการ เมื่อเสร็จสิ้นกถาแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ผ่านพ้นไปแล้ว

ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงความรับผิดชอบของตนเอง ก็ดูจะไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เคยกล่าวในการแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อต้องการให้ที่ประชุมรัฐสภา เข้าใจถึง "ความกดดัน" ที่เขาเองต้องแบกรับเอาไว้ นั่นคือการดูแลคนทั้งประเทศ และทั่วทุกภูมิภาค ไม่เลือกภาคใด จังหวัดใด

แน่นอนว่าภารกิจในมือพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดจน "รัฐบาลชุดใหม่" ที่กำลังเริ่มนับหนึ่งในการทำงาน จากนี้ไปย่อมต้องดำเนินไปด้วยกันในลักษณะ สองขา คือทั้งงานฝ่ายบริหาร ขับเคลื่อนนโยบาย ไปพร้อมๆกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง เพื่อให้ทุกอย่างที่ตระเตรียมการเอาไว้ สามารถเดินหน้าไปอย่างราบรื่น ให้มากที่สุด !

อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลใหม่ ในอีกทางหนึ่งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะราบรื่น และประสบความสำเร็จโดยไม่ผ่าน "บททดสอบ" โดยเฉพาะทั้ง "ความคาดหวัง" จากประชาชน ไปจนถึงการตรวจสอบ จาก "ฝ่ายค้าน" และภาคประชาชนที่จับตาและเปรียบเทียบสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้กว่า5ปี กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้

นอกจากนี้ยังต้องจับตาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะรับมือกับการเมือง ทั้งในและนอกสภาฯ อย่างไร หลังจากที่ได้ "ประดาบ" กับ "ฝ่ายค้าน" ในวาระการแถลงนโยบายรัฐบาล กันใน "ยกแรก" จนฟิวส์ขาด ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่า ในการลากเรือเหล็กที่บรรทุกผู้คนกว่า 70 ล้านคนของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นยังต้องส่ง "หน่วยหน้า" ฝ่ายการเมืองลงไปรับมือกับฝ่ายตรงข้าม เพื่อ "กรุยทาง" ให้การดำรงอยู่ของรัฐบาล "ประยุทธ์2/1" ราบรื่นและอยู่ตลอดรอดฝั่ง ให้ยาวนานมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ "เครื่องมือ" ที่มีอยู่ในมือของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลและ รมว.กลาโหม ควบคุมทั้ง กองทัพ ไปจนถึง "ตำรวจ" จะต้องถูกขับเคลื่อน "ออกอาวุธ" อย่างเข้มข้น อย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่ว่าจะเป็นการออกอาวุธเพื่อปกป้อง ป้องกัน และ "รุกไล่" ฝ่ายตรงข้ามที่ส่อเค้าจะสร้างอุปสรรคให้กับรัฐบาลทั้งใต้ดิน บนดิน ภายใต้กรอบ หลักการและข้อกฎหมายที่มีอยู่ ให้สมประโยชน์มากที่สุด !