อันที่จริง สังคมการเมืองไทย ควรก้าวข้าม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปแล้ว หากแต่นายทักษิณเองต่างหาก ที่ยังผุดลุกผุดนั่งไม่ยอมให้สังคมไทยและประชาชนคนไทยที่เคยเป็นมิตรรักแฟนคลับของเขา ก้าวข้ามเขาไปได้ง่ายๆ

ก่อนหน้าวันเกิดครบรอบ 70 ปี มีข่าวว่า นายทักษิณจะวางมือทางการเมือง โดยจะถือฤกษ์วันคล้ายวันเกิดนี้ประกาศท่าทีดังกล่าว ซึ่งประจวบเหมาะพอดีกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของพรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำของพรรคได้ลาออกและวางมือทางการเมืองไป ทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ได้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคและน.อ.อนุดิษฐ์นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรค

นายทักษิณ ชิงออกมาทวีตข้อความว่า จะไม่จัดงานวัดเกิดในปีนี้ ขอทานข้าวกับลูกหลาน เพราะอากาศในดูไบร้อนอบอ้าว ทำให้สถานที่ไม่สะดวกที่จะจัดงาน

สวนทางกับช่องทางสื่อโซเชียลที่คอยติดตามรายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณที่กลับมีทิศทางตรงกันข้ามในความพยายามนำเสนอว่ายังมีบุคคลที่เดินทางไปพบกับอดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรายงานข่าวว่าทางพรรคเพื่อไทยเองมีการแจ้งอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกพรรคที่จะเดินทางไปร่วมงานวันเกิด รวมทั้งมีการเจาะจงชื่อวีไอพีบางคนด้วยซ้ำ

แต่สุดท้ายแล้ว ประเด็นเรื่องวางมือทางการเมือง ก็เป็นเพียง “กลยุทธ์ทางการตลาด” เหมือนเช่นที่ผ่านๆมา
โดยเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาสาระที่ นายทักษิณ โฟนอินเข้าไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ของชุมชนคนไทยในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ที่ถ่ายทอดผ่านเพจเฟซบุ๊กของ นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดังแล้วนั้น ห่างไกลจากคำว่า วางมือทางการเมืองยิ่งนัก

“มือมันต้องวางตลอดอยู่แล้ว นั่งก็ต้องวางบนหน้าขาตัวเอง มันต้องวางไม่อย่างนั้นจะหัก”

ขณะเดียวกันนายทักษิณยังคงส่งสัญญาณเช่นเดิมไม่ต่างจากที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะการโจมตีกระบวนการยุติธรรม พร้อมกับตอกย้ำเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

“ผมไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก ได้แต่ให้กำลังใจคน สนับสนุนคน เพราะทุกวันนี้อยู่เมืองนอก 10 กว่าปีต้องทำมาหากิน ต้องหาเลี้ยงชีพตามประสาไก่เอย แวะเวียนไปโน่นนี่ ไปเยี่ยมเพื่อนฝูงบ้าง

ส่วนการเมืองที่เมืองไทยก็มีคนทำหน้าที่ของเขาแล้ว วันนี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เราคงไม่ต้องไปกังวล ถือว่าพรรคไปได้ดี พี่น้องประชาชนก็เข้าใจว่าพรรคนี้เป็นสายเลือด เป็นดีเอ็นเอที่ผมก่อตั้งมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเป็นต้นมา ส่วนที่ออกไปอยู่ที่อื่นประชาชนก็ไม่ได้มองเป็นไทยรักไทย เลือกตั้งทีไรก็แพ้ เที่ยวนี้ใช้กำลังภายในทุกรูปแบบก็ได้แค่นี้”

สะท้อนชัดว่า นายทักษิณนอกจากจะไม่วางมือแล้ว ก็คงไม่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพแพแตกง่ายๆ ด้วยยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการต่อรองทางการเมือง ยิ่งในภาวะที่พรรคอนาคตใหม่เอง สถานะแขวนอยู่บนเส้นด้ายด้วยแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงยิ่งมีความสำคัญต่อการเดินเกมทางการเมืองของเขา

ในขณะที่ประชาชนคนไทยเองที่ต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองมา 10 ปีเท่าๆกับที่นายทักษิณออกไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เมื่อเห็นชัดเจนแล้วว่า นายทักษิณไม่เคยหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ในศึกอิภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา พอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของนักการเมืองคุณภาพ ที่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ และเปล่งประกาย เป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญและผลักดันให้คนเหล่านี้ช่วยกันสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์

อย่ากลับไปอยู่ในเกมทวงแค้นเอาคืนของใครเลย