แถลงยืนยันไม่มีล็อกสเปก ทุกขั้นตอนชี้แจงได้ ไม่เกี่ยวกดดันรองผู้ว่าฯเซ็นจนพร้อมใจกันลาออก บอกหากไม่มีปัญหาต.ค.นี้น่าจะเซ็นสัญญาสร้างได้ เผยรองฯจักกพันธุ์ มาขอออกแล้วหลายครั้งแต่รั้งให้อยู่ต่อ จนครั้งสุดท้ายไปเลยไม่บอกกัน ยันไร้ศึกใน ประกาศครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะปรับทีมผู้บริหาร พร้อมย้ำความเป็นไปได้ไม่ลงชิงตำแหน่งพ่อเมืองต่อ

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.62 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.แถลงกรณีมีกระแสข่าวรองผู้ว่าฯ กทม. 2 คน ลาออกสาเหตุมาจากโครงการเตาเผาขยะ ขนาด 1,000 ตัน/วัน 2 โรง มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทว่า โครงการนี้ต้องแยกประเด็น เพราะเป็นโครงการ 20 ปี แบ่งเป็น 2 เตา ตกเตาละ 6,000 ล้าน คิดแล้วจะได้ตัวเลขจัดการขยะต่อวัน ใช้วงเงินประมาณ 8 แสนกว่าบาท โดยโครงการมีมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2556 เปิดเดินเครื่องได้ปี 2559 เฉลี่ยเดินเครื่องได้ 970 บาท/ตัน ซึ่งใครที่ประมูลได้จะต้องลงทุน 3,000 ล้านบาท และ20 ปีจะเป็นของกทม. ซึ่งอัตราใหม่ที่จะเปิดใช้ในปี 2564 จะไม่ถึง 900 บาท/ตันด้วยซ้ำ

สำหรับโครงการเตาเผาขยะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณา โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์ทีโออาร์ เตาเผาขยะที่อ่อนนุช 8 ราย ที่หนองแขม 5 ราย ยังไม่ชี้ว่าใครจะได้ ยืนยันไม่มีการล็อกสเปกให้เอกชนรายใด ตามที่มีการไปร้องหน่วยงานตรวจสอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ศาลปกครอง ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว

“ผมยืนยันด้วยเกียรติไม่มีปัญหาทุกขั้นตอนชี้แจงได้ ทั้งนี้ หากได้คู่สัญญาโครงการเตาเผาขยะทั้ง 2 ที่ ในเดือนสิงหาคม กรุงเทพมหานครจะส่งให้อัยการสูงสุดดูรายละเอียด ความถูกต้องของสัญญา จากนั้นประมาณเดือนตุลาคม 2562 น่าจะเซ็นสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้”

ผู้ว่าฯกล่าวว่า ส่วนที่รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ ลาออก ตนเสียดายมาก ส่วนตัวสนิทกันมาตั้งแต่เป็นข้าราชการจนเกษียณได้ขอให้มาทำงานด้วยกันเป็นรองผู้ว่าฯกทม. เป็นคนตรงทำงานจริงจัง ใช้งานได้อย่างวางใจ ที่ผ่านมาช่วงธ.ค.61 ได้มาขอลาออกเพราะทำงานหนักทุกวันอยากพัก ได้ขอให้อยู่ช่วยกัน ได้ปรับงานที่รับผิดชอบออกไปให้เบาลง แต่ก.พ.62 มาขอลาออกอีกครั้งแต่ก็ขอให้อยู่ก่อน

“ จนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมายื่นหนังสือลาออกและไปเลยโดยไม่มีการพูดคุยกัน ผมยืนยันไม่ใช่สาเหตุเรื่องต้องเซ็นโครงการเตาเผาขยะตามที่เป็นข่าว และที่รองฯ ทวีศักดิ์ ลาออกก็ไม่ใช่เพราะเป็นรองฯ ลำดับถัดไปแล้วต้องเซ็น จึงลาออกหนีกลัวต้องเซ็น คนที่ต้องเซ็นโครงการนี้เป็นรองผู้ว่าฯ คนใหม่ที่จะมาดูแลสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่มีการแบ่งงานว่าใครจะดูงานอะไร ต้องคุยกับรองผู้ว่าฯทั้ง 4 คนใหม่ว่าใครจะเหมาะสมดูงานด้านไหน”

ส่วนที่เลือก พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา มาเป็นแทน ได้ดูจากการทำงานมีความเหมาะสมที่จะมาทำงานได้ ทั้งนี้ ที่รองฯทวีศักดิ์ ลาออก ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุ แต่ได้มีการโทรหาพูดคุยกันก่อนว่าขอลาออก ซึ่งตนอาจจะปรับให้มาเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เหมือนพล.ต.อ.ชินทัต มีศุข ที่ปรับจากรองผู้ว่าฯมาเป็นที่ปรึกษาก็ได้ และการปรับทีมคณะผู้บริหารครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำงานไปจนกว่าจะมีประกาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯอัศวิน ยืนยันไม่มีปัญหาความขัดแย้งในทีมคณะผู้บริหาร หรือข้าราชการ และว่า ตนจะอยู่จนหมดวาระผู้ว่าฯกทม. และเป็นไปได้ที่จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.