คืบหน้าเหตุระเบิดทหารพราน ฉก.33 ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หน่วยข่าวความมั่นคงฯ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายก่อเหตุตอบโต้ เจ้าหน้าที่หลังพยายามเข้ากดดัน จำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา

เมื่อวันที่ 23 กค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่เมื่อวานนี้ ( 22 กค.62) ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 3304 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่บ้านห้วยกระทิง รอยต่อ เขต อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะขับรถยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างทางถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน ทำให้ รถยนต์กระบะถูกแรงระเบิดพลิกคว่ำ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.10 น.เมื่อวานนี้ (22 กค.62)

ล่าสุด พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าทาง พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายความมั่นคงฯ ในพื้นที่ สนธิกำลังประสานการปฏิบัติ ออกติดตามสืบสวน และติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ซึ่งเชื่อว่า ยังคงเคลื่อนไหวหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลเพิ่มเติมจากการเจ้าหน้าที่ ทีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่า คนร้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องซึ่งบรรจุไว้ในถังแก๊สหุงต้ม น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20-40 กิโลกรัม และมุดเข้าไปวางไว้ในท่อลอดระบายน้ำ ที่เจาะผ่านใต้ถนน โดยพบสายไฟลากยาวขึ้นไปบนเนินเขาประมาณ 200 เมตร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยของเลือด ซึ่งเชื่อว่า มีคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้จนได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะพากันหลบหนีไป

ด้านแหล่งข่าวความมั่นคง ที่วิเคราะห์สถานการณ์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ระบุว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานนั้น เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังจากที่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายใน ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เพื่อจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย แต่แต่ก็เกิดความผิดพลาดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ทำให้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ต้องลงพื้นที่ไปขอโทษ และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ถึงแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา นั้น ทางแหล่งข่าวความมั่นคงฯ เชื่อว่าเป็นการร่วมมือกันของแกนนำกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ อ.ธารโต และ แกนนำกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ในการลงมือก่อเหตุครั้งนี้