การปรากฏตัวของ "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสัมมนาของส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้สร้างความฮือฮา และนับเป็นการประกาศตัว "เปิดหน้าเล่น" ของ บิ๊กป้อม ในฐานะ "ผู้จัดการรัฐบาล" ชัดเจนมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใด ๆ!

การมาของบิ๊กป้อม เพื่อพบปะกับส.ส.พลังประชารัฐ ครั้งนี้ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มาจากกรุงเทพ มาลงที่ค่ายสุรนารี ก่อนนั่งรถตู้เบนซ์กันกระสุน ทะเบียน ฌบ 7902 กรุงเทพ มายังที่รีสอร์ท โดยใช้รถส่วนตัวไม่ได้ใช้รถประจำตำแหน่ง และไม่มีรถนำ

แน่นอนว่าบรรยากาศที่การ์มองเต้ ครั้งนี้เต็มไปด้วยการยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งดูจะผิดแผกไปจากเมื่อคราวที่บิ๊กป้อม อยู่ในกทม.หรือที่ทำนียบฯ จะเป็นด้วย "อากาศ" หรือ "สถานที่" หรือเป็นเพราะได้อยู่ท่ามกลางการห้อมล้อมของ "นักการเมือง" ที่รอต้อนรับ จากทุกกลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐ หรือไม่ก็ตาม

ทว่าภาพความเคลื่อนไหวในการประชุมส.ส.พลังประชารัฐ เพื่อ "ติวเข้ม" เตรียมรับมือ "ศึกอภิปราย" ในวาระการแถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภาที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 25-26ก.ค.นี้ คือการสะท้อนให้ได้เห็นว่า สถานะที่แท้จริงของ พล.อ.ประวิตร ทั้งในฐานะ "พี่ใหญ่"ทั้งใน "กองทัพ" ตลอดจนยังเป็น "พี่ใหญ่" ที่มีบทบาทสำคัญในรัฐบาล ของ "น้องรัก"อย่าง "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวเรือใหญ่อีกด้วย

แม้ในความเป็นจริงแล้วก่อนหน้านี้ หลายคนรับรู้กันเป็นอย่างดีว่า "บิ๊กป้อม" คือผู้ที่ที่มีบทบาทในพรรค มากที่สุด คนหนึ่งทั้งในแง่การดูแลทุนรอน ไปจนถึงการตัดสินใจ "เคาะ" ตัวผู้สมัคร ไปจนถึง "รัฐมนตรี" และภายหลังจากที่พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ว่ากันว่า รัฐมนตรีบางรายที่เผชิญกับ "แรงต้าน" และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากทั่วสารทิศอย่างหนักหน่วง อย่าง "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" จากส.ส.พะเยา มาสู่ "รมช.เกษตรฯ" ได้ในที่สุดนั้น ก็มาจาก "แรงผลักดัน" ทั้งจาก บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม นี่เอง รวมทั้งก่อนหน้านี้ที่ร.อ.ธรรมนัส ต้องโลว์โปรไฟล์ งดให้สัมภาษณ์สื่อ หลังโดนกระแสโจมตี ก็มาจาก "ใบสั่ง" ของบิ๊กป้อมนี่เอง

การประกาศตัว เปิดหน้าเล่นของพล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ ย่อมต้องนำมาซึ่ง "เป้าหมาย"และการเล็งผลเลิศ ด้วยกันหลายทาง

ทั้งการสร้างขวัญ กำลังใจต่อส.ส.พลังประชารัฐ ก่อนถึงวันออกรบ ประดาบกับ "7 พรรคฝ่ายค้าน" ในศึกอภิปรายนโยบายรัฐบาล 2 วัน 2คืนในสัปดาห์นี้ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึง "สว." จะต้องทำหน้าที่เป็นเสมือน "องครักษ์พิทักษ์" ทั้ง บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่ แล้ว

อีกทางหนึ่งยังต้องการ "ส่งสัญญาณ" ให้ "กลุ่มก๊วน" ในพรรคโปรดอยู่กันอย่างสงบ ยุติทุกความขัดแย้งใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ "ความขัดแย้ง" เกิดเป็นแผลเรื้อรัง จนกลายเป็น "สนิมเนื้อใน" ทำให้ "เรือเหล็ก" ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นกัปตัน มีอันต้องอัปปางก่อนเวลา

และในขณะเดียวกัน นี่ยีงเป็นเหมือนสัญญาณที่ส่งตรงไปยัง "ฝ่ายค้าน" โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับอนาคตใหม่ ว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีบิ๊กป้อม อยู่ในขบวนนั้น ยังมี "ไม้เด็ด" เตรียมเอาไว้อีกหลายช๊อต เรื่องการซักฟอก หวังจะให้ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ถึงขั้น "ตายคาสภาฯ" คงไม่มีอะไรให้น่าหนักใจ !