โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงพร้อมให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุผู้ต้องสงสัยช็อคหมดสติขณะถูกควบคุมตัว ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากกรณีนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ 34 ปี ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงหมดสติขณะถูกควบคุมตัวภายในหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2562 เวลาประมาณ 03.00 น. และมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ จนเป็นประเด็นร้อนในสังคมอย่างกว้างขวาง นั้น

ล่าสุด วันนี้ ( 22 ก.ค. 62) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิริธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค ที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและหากพบเป็นความผิดพลาดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ก็จะทำการลงโทษสถานหนักทั้งทางวินัยและอาญาทหารขั้นเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า การควบคุมตัวนายอับดุลเลาะ เป็นไปตามคำให้การซัดทอดของนายอิบรอเฮง มะเซ็ง ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำที่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 ว่า นายอับดุลเลาะ เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทำหน้าที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่ โดยเป็นฝ่ายโลจิสต์ติกและเคยร่วมก่อเหตุคดีความมั่นคงมาแล้วหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังเข้าเชิญตัวจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา และภรรยาก่อนจะส่งตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สถานีตำรวจภูธรสายบุรี และส่งเข้าหน่วยซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยผลการตรวจร่างกายของแพทย์ โรงพยาบาลค่าย อิงคยุทธบริหาร พบร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง หน่วยจึงได้นำตัวไปซักถามเบื้องต้น พบมีอาการเครียดจึงให้ไปพักยังห้องพักภายในหน่วยซักถามตั้งแต่เวลา 21.30 น.จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่านอนหมดสติอยู่ภายในห้องควบคุม จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร เพื่อช่วยชีวิตในเบื้องต้นก่อนนำส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี ตามลำดับ

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการเชิญตัว ขั้นการควบคุมตัวเพื่อซักถามในเบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและยังไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจร่างกายของแพทย์ที่ระบุ “ไม่พบร่องรอยบาดแผลฟกช้ำภายนอกร่างกายแต่อย่างใด” แต่พบว่าสมองมีอาการบวม ซึ่งน่าจะเกิดจากการขาดออกซิเจนในขณะช็อคหมดสติ หรือเกิดจากการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยมีค่าน้ำตาลในเลือดและค่าเม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เป็นสาเหตุของการช็อคหมดสติโดยต้องรอการตรวจยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป