เสือตัวที่ 6

ความเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวันนี้ มีการโหมแรงของการใช้สงครามข่าวของฝ่ายก่อความไม่สงบอย่างน่าสังเกตว่า น่าจะมีคนระดับนำที่เป็นนักคิดสำคัญในการใช้สงครามข่าวระดับมืออาชีพที่อยู่ในขบวนการสร้างความแตกแยกในสังคมท้องถิ่น ด้วยการเล็งเห็นว่า การทำสงครามข่าวของขบวนการ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้การต่อสู้ของขบวนการมีความทรงพลังมากยิ่งขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ด้วยในห้วงระยะหลังมานี้ จะเห็นได้ว่า ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่กับคนส่วนใหญ่ มุ่งสร้างวาทะกรรมอย่างหลากหลาย ผ่านโลกออนไลน์และสื่อแบบยุคเก่าแบบป้ายผ้าและการพ่นข้อความต่อต้านรัฐตามพื้นถนน ร่วมกับการแพร่กระจายข่าวปล่อยข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน เพื่อมุ่งให้เกิดความตานตระหนกในหมู่พี่น้องในพื้นที่ มุ่งสร้างความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ มุ่งสร้างความเกลียดชังให้เกิดกับหัวใจของพี่น้องในพื้นที่ให้มีต่อรัฐ และมุ่งบั่นทอนศักยภาพในการแก้ไขปัญหาของรัฐได้อย่างเห็นผล

แม้กระบวนการสงครามข่าวดังกล่าว จะมีการดำเนินการของขบวนการแห่งนี้มาอย่างช้านาน หากแต่ในระยะหลังๆ มานี้ การดำเนินการมีความเข้มข้นขึ้นอย่างจับต้องได้ โดยความร่วมมือของนักวิชาการบางส่วน สื่อมวลชนบางแขนงที่เป็นแนวร่วมของขบวนการแห่งนี้ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ในการช่วยโหมกระแสสงครามข่าวที่ถูกปล่อยมาจากขบวนการแห่งนี้อย่างสอดประสาน สอดรับต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การแก้ปัญหาของรัฐ มีความยุ่งยากมากขึ้นอย่างมาก หากแต่การดำเนินการสงครามข่าวของรัฐ ยังคงเชื่องช้าและไม่มีความเป็นเอกภาพเท่าที่ควร การชิงการนำในการต่อสู้กับรัฐของฝ่ายขบวนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ จึงตกเป็นของขบวนการร้ายแห่งนี้อย่างยากที่จะปฏิเสธความเป็นจริงได้

สงครามข่าวที่ขบวนการบางแยกผู้คนในชาติให้ถอยห่างจากกัน ได้มีการลงมืออย่างเป็นจังหวะจะโคน อันจะเป็นการสร้างกระแสความชอบธรรมในการต่อสู้กับรัฐให้คงศักยภาพอยู่ต่อไปได้ การสร้างเรื่องการยิงกันไปมาไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพุทธ นักบวชในศาสนา และพี่น้องไทยมุสลิมในพื้นที่ ล้วนสร้างกระแสความไม่สงบในพื้นที่ และเป็นการสร้างความหวาดระแวง ยุแหย่ให้เกิดความบาดหมางใจระหว่างกันอย่างปฏิเสธได้ยาก สงครามข่าวที่ฝ่ายขบวนการต้องการปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐ ควบคู่กับการยัดเยียดพฤติกรรมการสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ให้เป็นฝีมือของเจาหน้าที่รัฐ กำลังส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดความสับสน และมีแนวโน้มในการเชื่อข่าวที่มาจากฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้มากกว่าที่จะเชื่อข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐ

เหล่านี้คือมหันตภัยอันยิ่งใหญ่ที่รัฐ ไม่อาจมองข้ามความสำคัญไปได้ เพราะการลงทุนลงแรงในการปฏิบัติการเพื่อมุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี จะไม่อาจบรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากรัฐยังละเลย ไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควรกับการทำสงครามข่าวที่ฝ่ายขบวนการกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นจนกำลังส่งผลให้การแก้ปัญหาขอแงรัฐต้องสูญเปล่าในทุกวันนี้ เข้าลักษณะว่า รัฐลงทุนสูง แต่ได้ผลตอบรับในการแก้ปัญหากลับมาน้อยมาก ในทางตรงข้าม ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ มีแต่กำไล เพราะมีการลงทุนในการต่อสู้กับรัฐไม่มาก หากแต่ได้ผลตอบแทนกลับมาสูงอย่างไม่นาเชื่อ ด้วยความชาญฉลาดของนักคิดและแกนนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่รู้จักใช้สงครามข่าว ในการสนับสนุนการต่อสู้กับรัฐได้อย่างเหนือชั้น

"ป้ายผ้าสีขาว กับตัวหนังสือสีแดง" ที่ถูกแขวนในพื้นที่บ้านยางแดง ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านไทยพุทธเสียชีวิต 1 คนเป็นชาย และบาดเจ็บอีก 1 คน เป็นหญิงวัยถึง 84 ปี สะท้อนความจริงในดินแดนแห่งนี้มากกว่าการกล่าวหากันไปมาในบริบทของสงครามข่าว โดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดกับชาวบ้านไทยพุทธครั้งนี้ ปรากฏขึ้นหลังเหตุยิงอุสตาซถึงในปอเนาะพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งมีการปล่อยข่าวทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุว่ามีฝีมือของฝ่ายรัฐ ด้วยปรากฏป้ายผ้าเชิงสัญลักษณ์ออกมากล่าวหาว่า "รัฐ" คือผู้กระทำ และมีสื่อมวลชน ตลอดจนภาคประชาสังคมในพื้นที่ ต่างช่วยกันขยายผล แปลความตามป้ายผ้าเป็นภาษาไทย เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจรับรู้ให้สาธารณะในวงกว้างอย่างจงใจ นำมาสู่การลงพื้นที่เยี่ยมเยือนของคณะจุฬาราชมนตรี ด้วยความกังวลต่อกระแสความเกลียดชังระหว่างพุทธ-มุสลิมในสังคมไทย

สงครามข่าวครั้งนี้ ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น จริงจังและเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการทำสงครามข่าวมากกว่าการดำเนินการทำสงครามข่าวของรัฐไทยอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการขับเคลื่อนสงครามข่าว เพื่อช่วงชิงกระแสความคิดความเชื่อของผู้คนในพื้นที่ จึงตกเป็นชัยชนะของฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ที่อยู่เหนือกว่ารัฐไทยหลายช่วงตัว นอกจากการจุดกระแสของความหวาดระแวงของคนในพื้นที่ จากการสร้างความคลุมเครือของการทำร้ายกันของคนระดับนำในพื้นที่ ยังได้ตอกย่ำถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีตอันยาวไกลในประวัติศาสตร์ ที่ฝ่ายขบวนการแห่งนี้ พยายามยึดโยงความขัดแย้งในอดีตสู่คนปัจจุบันอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของรัฐ โดยฝ่ายขบวนการอ้างว่า กระบวนการยุติธรรมของรัฐนั้น มีการเลือกปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดการยอมรับในกระบวนการยุติธรรมของรัฐ และนำไปสู่การนำกระบวนการยุติธรรมและหลักกฎหมายที่ฝ่ายขบวนการเลือกแล้วมาบังคับใช้แทน หากเป็นผลสำเร็จแล้ว จะบั่นทอดความมั่นคงของรัฐ เพราะหลักกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของรัฐนั้น เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นเอกราชอย่างชัดเจนที่สุด และฝ่ายขบวนการที่กำลังต่อสู้กับรัฐในขณะนี้ กำลังใช้ทุกวิถีทางในการต่อสู้กับรัฐ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ นั่นก็คืออิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ ซึ่งวิถีทางสำคัญที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้ก็คือ การทำสงครามข่าวอย่างจริงจังและทรงพลังยิ่งนัก ซึ่งรัฐไทยไม่อาจมองข้ามได้