"ส.ส.อนาคตใหม่จันทบุรี" จี้กลุ่มบุคคลหยุดสร้างข่าวบิดเบือน-ให้ร้าย "ทำลายสัมพันธ์ไทย-จีน" แนะร่วมมือกัน "เปิดตลาดใหม่ ตปท." ช่วยเหลือเกษตรกร

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.จันทบุรี เขต 3 ในฐานะสมาชิกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และโฆษกคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และสมุนไพร ชี้แจง กรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า "นายก ท่าช้าง" รวมถึงการที่กลุ่มคนบางกลุ่มใน จ.จันทบุรี รวมตัวประชุม จากนั้นให้ข่าวโจมตี บิดเบือนผิดไปจากความจริง ในการทำหน้าที่ โดยการพยายามเปิดประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ ไทย-จีน ด้วยถ้อยคำโจมตี คือ กล่าวหาว่า “ไม่ให้ล้งจีนเข้ามาซื้อผลไม้ กีดกัน ทำลายตลาด สร้างความเสียหายให้กับความสัมพันธ์ ไทย-จีน สร้างผลกระทบกับวงการผลไม้ของจันทบุรี” นั้น

น.ส.ญาณธิชา กล่าวว่า เป็นการให้ข่าวที่ผิดไปจากความจริงทั้งหมด และอาจทำให้คนเข้าใจผิด อาจทำให้ตนเองและพรรคอนาคตใหม่เสียหายได้
โดยข่าวที่คนกลุ่มนี้สร้างประเด็นขึ้นมา เป็นรายงานข่าวของการทำงานในคณะอนุฯ กมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และสมุนไพร ไม่ได้มีข้อความตามที่คนกลุ่มนี้กล่าวอ้างเลยแม้แต่น้อย หากแต่มีเนื้อหาว่า เป็นการวางกรอบการทำงานร่วมกัน ซึ่งมี ส.ส.และตัวแทนจากพรรคการเมืองทุกพรรคทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ศึกษาผลไม้ทั้งหมด 6 ชนิด คือ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย ลองกอง ลิ้นจี่ จะศึกษาตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการขาย เป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ แบ่งการแก้ปัญหาออกเป็นระยะสั้น-กลาง-ยาว การพัฒนาเกษตรกรไทยให้เป็นเกษตรกรที่มีความรู้ ทำการเกษตรที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างเครือข่าย ร่วมกันทำการค้า สร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ สถิติของการส่งออกผลไม้ไทย เช่น ทุเรียนกับลำไย เราส่งออกไปที่เวียดนาม-จีน ซึ่งจากเวียดนามปลายทางก็จะไปจีน ซึ่งตนเองก็มองว่า เป็นโอกาสอันดีที่จีนเข้ามาซื้อผลไม้เยอะ ทำให้ราคาผลไม้ เช่น ทุเรียน ราคาดี ชาวสวนมีรายได้เพิ่มขึ้น

น.ส.ญาณธิชา กล่าวต่ออีกว่า แต่ในฐานะของ ส.ส.เป็นการทำงานในภาพรวม มองภาพใหญ่ของประเทศ คือ ณ วันนี้ ตลาดจีนเป็นตลาดหลักของเรา แต่ถามว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สถานการณ์ราคาทุเรียนจะเป็นอย่างไร จะราคาดีแบบนี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องร่วมกันคิดต่อ ซึ่งเป็นไปได้ไหมว่า เราจะหาตลาดเพิ่มขึ้นอีกหลายๆ ตลาด เช่น อินเดีย ยุโรป ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่นๆ ซึ่งภาครัฐต้องสนับสนุน และมีการเปิดตลาดเหล่านี้ให้เป็นทางเลือกกับเกษตรกรและผู้ส่งออกด้วย

"นี่คือ ความตั้งใจ คือ จะทำอย่างไรให้ชาวสวนได้ประโยชน์สูงสุด โดยการเปิดตลาดใหม่ ก็เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงให้กับชาวสวนด้วย เพราะหากตลาดจีนเกิดวิกฤต ก็ยังมีตลาดอื่นที่เรายังขายได้อีก หากแต่ก็ถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า "นายก ท่าช้าง" นำไปบิดเบือนทำนองว่าเป็นการ 'สกัดล้งจีน' รวมถึงการที่กลุ่มคน ตามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อเดียวกันนี้อ้างถึง ไม่ว่าจะเป็น นายกสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย จ.จันทบุรี, นายกสมาคมอัญมณี, นายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้, อดีตนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย, พ่อค้านักธุรกิจชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีการประชุมกันด่วน ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า "ประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาจากการโพสข้อความของ ส.ส.จันทบุรี ในการกีกันทำลายตลาดและสร้างความเสียหายให้กับความสัมพันธ์ไทย-จีน" เสร็จแล้วก็ออกมาให้ข่าวในทำนองว่า ส.ส.คนนั้น ซึ่งแน่นอนว่าหมายถึงตนเอง เป็นคนทำลายความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งเป็นการโจมตี ใส่ร้าย และบิดเบือนไปจากความตั้งใจในการทำงานอย่างสิ้นเชิง" น.ส. ญาณธิชา กล่าว

น.ส.ณาณธิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากขอร้องไปกลุ่มคนเหล่านี้ว่า ได้โปรดหยุดสร้างข่าวในลักษณะที่ผิดไปจากความจริง และมาร่วมกันสนับสนุนให้มี 'ตลาดต่างประเทศ' สำหรับส่งออกผลไม้ให้มีมากขึ้น หลากหลายขึ้น เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีทางเลือก ได้อำนาจในการต่อรองมากขึ้น และเพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรชาวจันทบุรีที่ดีขึ้นนั่นเอง การเล่นการเมืองแบบมุ่งแต่จะทำลายกันแบบเดิมนั้น มีแต่จะทำให้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งเล็กเองก็ไม่เข้าใจว่า การให้ร้ายบิดเบือน ขนาดถึงขั้นต้องมีการเรียก "ประชุมด่วน" และออกมาให้ข่าวบิดเบือนต่ออีกนั้น ก็ทำให้อดคิดไม่ว่าได้ว่า ท่านเหล่านี้ต้องการอะไรจากการกระทำเช่นนั้น หยุดให้สร้างข่าวปลอมข่าวบิดเบือน หยุดทำลาย 'อนาคตใหม่' ชาวสวนจันทบุรี