วันที่ 19 ก.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รอง ผอ. ศปอส.ตร. จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการที่ 5,6,7,8,และ 9 ศปอส.ตร. ดำเนินการกับกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด หรือ แก๊งหมวกกันน็อค โดยการปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมรวมทั้งใช้มาตรการยึดทรัพย์กลับกลุ่มนายทุนเงินกู้กับพวก

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้มอบหมายสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มนายทุนเงิน กู้นอกระบบ โดยกลุ่มนายทุนดังกล่าวได้อาศัยความไม่รู้ข้อกฎหมายและขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ ของลูกหนี้ เอารัดเอาเปรียบปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยโหด เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือต่อ 24 เดือน ซึ่งคิดเป็นร้อยละกว่า 240 ต่อปี รวมทั้งยังมีพฤติการณ์ในการติดตามทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรง ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ทำลายหรือยึดเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ไป โดยมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด หรือที่เรียกกันว่า "แก๊งหมวกกันน็อค" มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำหรับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการครั้งที่ 1 วันที่ 19 พ.ย. 61 ปิดล้อมตรวจค้นในเขตพื้นที่มีนบุรี 3 จุด จับกุม 12 รายปฏิบัติการครั้งที่ 2 วันที่ 8 ก.พ. 62 ปิดล้อมตรวจค้นในเขตพื้นที่ กทม. 23 จุด,จว.นนทบุรี 5 จุด,จว.ปทุมธานี 1 จุด และ จว.เพชรบุรี 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 14 ราย ปฏิบัติการครั้งที่ 3 วันที่ 15 ก.พ. 62 ปิดล้อมตรวจค้นในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 14 จุด จับกุมผู้ต้องหากลุ่มนายทุน 9 ราย จากการที่ จนท.ศปอส.ตร. ทำการกวาดล้างแก็งก์เงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ต้องหาติดต่อขอเข้ามอบตัวในวันที่ 22 ก.พ. 62 ที่ สน.มีนบุรี จำนวน ทั้งสิ้น 10 ราย ปฏิบัติการครั้งที่ 4 วันที่ 30 มิ.ย. 62 ปิดล้อมตรวจค้นในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 15 จุด,จว.พิษณุโลก 1 จุด จับกุมผู้ต้องหา 10 ราย ในข้อหา”ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ และอั้งยี่ฯ” และต่อมาใน วันที่ 11 ก.ค. 62 จนท.ตร.ทำการจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับได้อีก 1 ราย รวบการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น จำนวน 56 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อติดตามตัวอีก 22 ราย พร้อมทั้งยึดรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ จำนวน 15 คัน,บ้าน 5 หลัง,โรงขยะรีไซเคิล 1 แห่ง,เครื่องเพชรและทอง ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาท