ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม พ.ศ.2562
ณ วัดขุนแผน เมืองเก่ากาญจนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเปิดแถลงเปิดเมืองกาญจนบุรีเก่า “ตำนานขุนแผน แดนสมรภูมิ” ในงานย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ 2 ชวนแต่งไทยออเจ้า มาร่วมรำลึกประวัติศาสตร์สำคัญสมัยกรุงศรีอยุธยา ณ กาญจนบุรี บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมย้อนรอยวัดเก่ากว่า 20 แห่ง ตลาดทองประศรีจับจ่ายด้วยเงินพดด้วง และชมการแสดงแสงสีเสียง “แดนสมรภูมิ และตำนานขุนแผน ณ กาญจนบุรี

เวลา 17.00 น ของวันที่ 18 ก.ค.62 จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดการแถลงข่าวงานย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ 2 “ตำนานขุนแผน แดนสมรภูมิ”โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานราชการและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เทศบาลตำบลลาดหญ้า และองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหญ้า มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี และสมาคมการค้าอาหารจังหวัดกาญจนบุรี นำขบวนแห่ย้อนสมัยอยุธยา กว่า 200 คน เข้ามาบริเวณพื้นที่แถลงข่าว ณ วัดขุนแผน เมืองเก่ากาญจนบุรี บ้านท่าเสา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมงานย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ในปีนี้นับเป็นปีที่ ๒ สืบเนื่องมาจากในปี ๒๕๖๑ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ทำการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีโบราณสถานในสมัยอยุธยาอาทิโบสถ์มหาอุต เจดีย์ และร่อยรอยโครงสร้างวัดเก่าและอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยกระจายไปใน 5 อำเภอ รวมกว่า 20 แห่ง คืออำเภอเมือง อำเภอท่าม่วง อำเภอพนมทวน อำเภอห้วยกระเจา และอำเภอเลาขวัญ จากการศึกษาจากโบราณสถานต่างๆที่พบล้วนมีความเกี่ยวข้องในสมัยอยุธยา ตอนต้น และตอนปลายทั้งสิ้น

จังหวัดกาญจนบุรีจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเปิดแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ในโครงการ ย้อนรอยกรุงเก่า ณ อยุธยา ครั้งที่ ๑ ในปีที่ผ่านมา โดยจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในหลายรูปแบบอาทิการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวไปยังวัดต่างๆในโครงการ และการจัดกิจกรรมงาน “ย้อนรอยกรุงเก่า ณ อยุธยา ในช่วงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ณ วัดขุนแผน เมืองเก่า กาญจนบุรี เป็นระยะเวลา ๓ วัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

และในปีนี้จังหวัดกาญจนบุรีได้จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในสมัยอยุธยาอีกครั้ง ในโครงการ ย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒ โดยในปีนี้เป็นการเปิดตำนานขุนแผน วรรณคดีชื่อดังที่ส่วนหนึ่งมีจุดกำเนิดที่จังหวัดกาญจนบุรี ขุนแผนมาเติบโตที่จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณต.ทุ่งลาดหญ้า และเรียนวิชาต่างๆ ตามวัดเก่าสมัยอยุธยา จนเติบใหญ่ นอกจากนี้จังหวัดกาญจนบุรียังมีดินแดนความเป็นสมรภูมิรบต่างๆ ในสมัยครั้งอดีตดินแดนกาญจนบุรี ได้มีการตั้งเมืองหน้าด่านเพื่อการรับศึกพม่าขึ้น ๗ หัวเมือง และมีการรบที่สำคัญในอดีตมากมาย ผ่านการแสดงแสงสีเสียง ซึ่งปีนี้มีศิลปินและหุ่นละครเล็ก จากโจ หลุยย์ เธียเตอร์ มาร่วมจัดการแสดงโดยมีท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภาเป็นที่ปรึกษา

กิจกรรมงาน “ย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒” นี้จะได้รวบรวมความเป็นเมืองเก่ากาญจนบุรีในสมัยอยุธยามารวมกันในงานนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านการแสดงและการโชว์ การจับจ่ายในอดีตด้วยเงินพดด้วง ในตลาดย้อยยุค “ทองประศรี” ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งในปีนี้ทางจังหวัดได้เพิ่มการจัดงานเป็น ๔ วัน คือระหว่างวันที่ ๙-๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ๔ วัน

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในงาน นายสมภพ ธีระสานต์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมบูรณาการการจัดกิจกรรมร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรีในโครงการย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒ โดยจัดให้มีการส่งเสริมอาชีพการค้าขายสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยจัดเป็นตลาดย้อนรอยกรุงเก่าคือ “ตลาดทองประศรี” ซึ่งจะมีการจำหน่ายอาหารสินค้าพื้นบ้านกว่า ๑๐๐ ร้าน มีการสาธิตอาหารพื้นบ้านพื้นถิ่นในตำนาน และการโชว์การทำอาหารและผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นในอดีต โดยรณรงค์ให้ผู้ร่วมกิจกรรมแต่งกายย้อนยุคในสมัยอยุธยาเพื่อสร้างสีสันและเพิ่มบรรยากาศในการท่องเที่ยวให้เข้ากับการจัดงานในครั้งนี้

ด้านกิจกรรมส่งเสริมอาชีพในตลาดทองประศรีนี้ ทางสมาคมการค้าอาหารจังหวัดกาญจนบุรี โดยนายวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมการค้าอาหารจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า สมาคมการค้าอาหารจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมบูรณาการร่วมกัน ในฐานะภาคเอกชน โดยมีการส่งเสริมให้ตลาดทองประศรี โดยการนำสมาชิก และชุมชน ร่วมกิจกรรมการค้าขายในตลาดทองประศรี ในรูปแบบการจับจ่ายย้อนสมัยอยุธยา โดยการใช้เงินพดด้วง ด้วยวิธีการบริหารจัดการ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมโดยการแลกเงินพดด้วง เพื่อการจับจ่ายในตลาดทองประศรี และจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านโภชนาการ การปรุงอาหารในสมัยโบราณ

นายประพันธ์ เหลืองทอง นายกเทศมนตรีตำบลลาดหญ้า เปิดเผยว่า เทศบาลในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่จัดกิจกรรมดังกล่าว ได้ร่วมบูรณาการทุกภาคส่วน และอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม ย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒ นี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสมบูรณ์ จากการจัดกิจกรรมในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ในแต่ละด้านนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเทศบาลตำบลลาดหญ้าจะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมในกิจกรรมและท่องเที่ยวในงานนี้ รวมถึงการนำชุมชนและประชาชนในงานร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณลานวัดขุนแผน พื้นที่จัดงานนี้ด้วย

ด้านนายชูชาติ เสือสาน นายกอบต.ลาดหญ้า กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลลาดหญ้าได้รับหน้าที่ให้มีส่วนร่วมในการบูรณาการจัดกิจกรรม ย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒ ด้านการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการประสานดูแลอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวภายในงาน โดยส่งเสริมให้มีกิจกรรมการแสดงประเพณีวัฒนธรรมในแต่ละวันที่บริเวณเวทีตลาดทองประศรี และการจัดนิทรรศการแสดงตามรอยวรรณกรรมพื้นบ้าน “ขุนแผน ณ ทุ่งลาดหญ้า” ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมาก และคาดว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะสามารถเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้กับจังหวัดกาญจนบุรี ในเส้นทางสำคัญจากอ.เมืองกาญจนบุรี –อ.ศรีสวัสดิ์ ในรูปแบบการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ “เมืองเก่ากาญจนบุรี” ผ่านกิจกรรมในงานนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ดร.ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาได้มีส่วนในการบูรณาการโครงการย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรีในทุกภาคส่วน นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี ๒๕๖๑ โดยการร่วมสำรวจพื้นที่และการสืบฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์และการดำเนินชีวิตของชุมชนในสมัยอยุธยา

“ในการจัดกิจกรรมครั้งที่ ๒ ในปีนี้ ได้ร่วมวางแนวทางการนำเสนอทางประวัติศาสตร์ ย้อนรอยกรุงเก่า ณ กาญจนบุรี ผ่านนิทรรศการทั้ง ๒๐ แห่ง และการจัดการเสวนาเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดกาญจนบุรี ในสมัยอยุธยา อาทิ ขุนแผน ดินแดนเจ้าเมือง กาญจน์, ท่าเสาเขาชนไก่ ตำนานและเรื่องเล่า,พนมทวนดินแดนสมรภูมิ ,เลาขวัญห้วยกระเจา โบราณสถาน ตำนานนักรบ และหนองขาว บ้านถ้ำ ตำนานนักเลงโบราณ เป็นต้น”

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวก่อนจบการแถลงข่าวว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เปิดสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเก่ากาญจนบุรี บ้านท่าเสา ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ครั้งที่ ๒ นี้ นับเป็นโครงการประชาสัมพันธ์พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานที่เชื่อมโยงใน สมัยอยุธยา ทั้ง ๒๐ แห่งใน ๕ อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ผ่านการบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วนของจังหวัด ซึ่งคาดว่ากิจกรรมงานนี้จะสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในวันหยุดนักขัตฤกษ์ในเดือนสิงหาคมนี้ได้เป็นอย่างดี และขอเชิญทุกท่านร่วมแต่งกายย้อนยุคสมัยอยุธยาร่วมท่องเที่ยวในงานนี้ โดยคณะผู้จัดได้อำนวยความสะดวกจัดเตรียมชุดไทยและสถานที่การผลัดเปลี่ยนชุดให้กับผู้ร่วมงาน หากต้องการสวมใส่ชุดไทย