รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

บ้านเมืองไทยทุกวันนี้ประสบกับปัญหาต่าง ๆ มากมายทั้งความวุ่นวายทางการเมือง การทะเลาะเบาะแว้งของพรรคการเมืองต่างๆ สภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว ตลอดจน ภัยสังคมที่มีอยู่รอบตัวในปัจจุบัน ล้วนเป็นสภาพสังคมที่คนในสังคมต่างต้องเผชิญหน้า จนอาจจะกล่าวได้ว่า “ประชาชน” จำต้องเป็นผู้รับเคราะห์แบบเต็มเต็ม แม้จะต้องเผชิญกับสภาพปัญหาที่รุมเร้า แต่ “คนไทย” ก็ “ยังยิ้มได้” (แม้จะเป็นรอยยิ้มเจื่อนๆ...ยิ้มทั้งน้ำตา หรืออาจจะเป็นยิ้มที่กลบเกลื่อนความทุกข์)

อย่างไรก็ตามจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมครม.ชุดใหม่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อพูดคุยเรื่องของการแบ่งงงานตามภาระหน้าที่ที่แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ให้เป็นแนวทางการทำงานและนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาต่อไป ถือเป็นการขับเคลื่อนทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนพอจะเห็นความหวังในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า

ดังนั้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ตลอดจนเป็นการทำให้รัฐบาลรับรู้ปัญหา และ สิ่งที่ต้องการให้ ครม.ชุดใหม่ เร่งดำเนินการอย่างแท้จริง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,188 คน ในประเด็น “ปัญหา”ที่ประชาชนอยากฝากถึงคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “ครม.ประยุทธ์ 2” สรุปผลได้ ดังนี้

“ปัญหาเศรษฐกิจ” เรื่องใด? ที่ประชาชนอยากฝากให้ ครม.ชุดใหม่ เร่งดำเนินการ พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 63.99 คือ ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขึ้นค่าแรง รองลงมา ได้แก่ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร กระตุ้นการส่งออก ร้อยละ 43.26 แก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ กระจายรายได้ ร้อยละ 34.20 ชะลอการขึ้นภาษี การจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ร้อยละ 20.47 และสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ แก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ร้อยละ 18.39

“ปัญหาสังคม” เรื่องใด? ที่ประชาชนอยากฝากให้ ครม.ชุดใหม่ เร่งดำเนินการ พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 61.45 คือ ปราบปรามยาเสพติด ความไม่ปลอดภัยในชีวิต รองลงมา ได้แก่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เช่น ปัญหาปากท้อง ร้อยละ 57.11 ขจัดความเหลื่อมล้ำ เอารัดเอาเปรียบ ความไม่เท่าเทียม ร้อยละ 22.69 ปลูกฝังจิตสำนึกให้เป็นคนดี มีวินัย เคารพกฎหมาย ร้อยละ 21.90 และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะพลาสติก พลังงาน ป่าไม้ น้ำท่วม ร้อยละ 19.26

“ปัญหาการเมือง” เรื่องใด? ที่ประชาชนอยากฝากให้ ครม.ชุดใหม่ เร่งดำเนินการ พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 56.32 คือ ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น การใช้งบประมาณโครงการต่าง ๆ รองลงมา ได้แก่เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ใส่ร้าย โจมตีกัน ร้อยละ33.91 ช่วยกันปฏิรูปการเมือง ให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ร้อยละ25.86 ตั้งใจทำงาน แก้ปัญหาแต่ละกระทรวง มีผลงานชัดเจนเป็นรูปธรรม ร้อยละ17.14 และไม่แทรกแซงการทำงาน ไม่ใช้อำนาจเผด็จการ ร้อยละ14.37

พิจารณาจาก “คำตอบ” เกี่ยวกับปัญหาที่ประชาชนฝากถึง “ครม.ประยุทธ์ 2” แล้ว คงต้องยอมรับว่า การเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายง่าย แล้วเมื่อการแก้ไขปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย ประชาชนคงไม่อาจหลีกหนีการทำใจ เพื่อเผชิญประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่งการเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต จำเป็นต้องมี “ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ E.Q. (Emotional Quotient) ซึ่งหมายถึงความสามารถทางอารมณ์ที่สามารถช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข

หรือแม้แต่“ความฉลาดในการแก้ไขปัญหา” หรือ A.Q. (Adversity Quotient) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการอดทนทั้งด้านความยากลำบาก ทางกาย ความอดกลั้นที่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

แต่อย่างไหรก็ตาม การเกิด “ความฉลาดทางอารมณ์” และ “ความฉลาดในการแก้ไขปัญหา” ของคนในสังคมในขณะนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยการเพาะบ่มจากทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครู หรือแม้แต่สื่อมวลชน เพื่อขัดเกลาอมบมบ่มเพาะไป พร้อม ๆ กัน โดยจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ดังนั้นความอดทนอดกลั้นต่อสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยปัญหาในขณะนี้นั้น ล้วนเกิดขึ้นจากสถาบันแห่งการขัดเกลาทางสังคม เช่น ครอบครัว โรงเรียน หรือแม้แต่ศาสนาที่มีความเข้มแข็ง

ฉะนั้น สิ่งที่น่าห่วงที่สุด ณ วันนี้ คงไม่ใช่ปัญหาที่รุมเร้าเพียงเท่านั้น แต่ความอ่อนแอของสถาบันแห่งการขัดเกลาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ระบบการศึกษา หรือแม้แต่ศาสนา ที่สะท้อนผ่านสื่อมวลชน และสภาพสังคมที่พบเจอในชีวิตประจำวันนั้น ถือเป็น “โจทย์ปัญหาของอนาคตที่หนักอึ้งไม่ใช่น้อย” เพราะหากปล่อยให้สถาบันแห่งการขัดเกลาสังคมอ่อนแอ ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของทรัพยกรมนุษย์อันเป็นทรัพย์กรที่ทรงคุณค่าที่สุดของประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย

เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือแม้แต่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันแห่งการขัดเกลาสังคม ล้วนเป็น “งานยาก” ที่ท้าทายความสามารถคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “ครม.ประยุทธ์ 2” ทั้งสิ้น ซึ่งก็คงต้องจับตาดูว่า “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” “ครม.เลือดผสม” จะขับเคลื่อนประเทศได้ดีเพียงใด?

จะรู้ว่า ครม. ทำงานได้หรือไม่? อาจจะต้องในใช้ “ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” แต่เชื่อว่าเพียงแค่แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ก็น่าจะเดาคำตอบได้ไม่ยากเลย...

จริงไหมครับท่านผู้อ่าน??