วงการสงฆ์กาญจนบุรี วุ่น กลุ่มชาวบ้านทั้งตำบล ยกโขยงขับไล่พระภิกษุ พร้อมแม่ชี เหตุเพราะไม่ยอมรับคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดฯ มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่แทนเจ้าอาวาสรูปเก่าที่มรณะภาพ เป็นพระและแม่ชีจากที่อื่นมาปักหลักปฎิบัติธรรมภายในวัดโดยอ้างว่า ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสรูปเก่าให้รักษาการแทนเจ้าอาวาสที่มรณะภาพไปแล้ว กลุ่มชาวบ้าน ยัน สุดทนพฤติกรรมไม่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ แถมเจ้าคณะจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่อย่างถูกต้องตามมติ พรบ.สงฆ์ ยังดื้อดึงไม่ยอมรับ แถมไปร้องผู้ว่าฯ หาว่าการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายมหาเถรสมาคม ร้อนถึงกลุ่มชาวบ้านทั้งตำบล ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อพ.ปร.เทศบาล ต้องนำกำลังจึงยกขบวนมีทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ อพ.ปร.เจรจาให้ออกจากวัด หากดื้อแพร่ง เจอ 2 ข้อหาบุกรุก และทำลายทรัพย์สินวัด

เวลา 09.00 น.ของวันที่ 15 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเขาล้านธรรมมาราม ตั้งอยู่ในพื้นทีหมู่ 5 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื้อสังเกตุการณ์กรณีที่มีกลุ่มชาวบ้านทั้งตำบลเดินทางไปชุมนุมกันที่วัด เพื่อขับไล่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 6 รูป รวมทั้งแม่ชีจำนวนกว่า 10 คนจากจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดอิ่นๆ ที่อ้างว่ามาปฎิบัติธรรมและพักอาศัยอยู่ภายในวัดเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าบริเวณรอบๆ วัดได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คนต่างพากันมาชุมนุม บางคนถือป้ายอิงเจคเขียนอักษรคำว่า "ขอพื้นที่วัดคืน" "ขอให้พระและแม่ชีออกไปให้พ้นวัด"

โดยภายในศาลาเอนกประสงค์พบว่า มีกลุ่มชาวบ้านส่วนหนึ่งทั้งผู้หญิง ผู้ คนเฒ่า คนแก่ กำลังนั่งเจราจาในลักษณะท่าทางขอให้แม่ชี จำนวน 3 คน เก็บข้าวของและให้ออกไปจาก โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.จังหวัดฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ อพ.ปร.เทศบาลตำบลปากแพรก กำลังกว่า 50 นายคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากแม่ชีทั้ง 3 รายต่างปฎิเสธไม่ยอมออกจากวัด โดยอ้างว่าที่มาอยู่ที่วัด ก็เพื่อมาปฎิบัตืธรรม ไม่ได้ไปสร้างตวามเดือดร้อนให้ใคร

ในระหว่างที่กลุ่มชาวบ้านรวมทั้งเจ้าหน้าที่กำลังเจรจาอยู่กับแม่ชีอยู่นั้น ได้มีแม่ชี 1 คนพยายามถ่ายคลิปวีดีโอการเจรจาการขอพื้นที่คืน เพื่อส่งไปในโลกโซเชียลฯ และให้กลุ่มพระภิกษุทั้ง 6 รูป รวมทั้งกลุ่มแม่ชีส่วนหนึ่งที่เดินทางไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทวงถามคำตอบจากนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ที่เคยรับหนังสือร้องทุกข์เกี่ยวกับการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดเขาล้านธรรมมาราม โดยในวันนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ขอเวลา 7 วันเพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แม่ชีพยายามถ่ายคลิปวิดีโออยู่นั้น ทำให้กลุ่มชาวบ้านเป็นเดือดเป็นแค้น บางรายถึงกับส่งเลียงขับไล่ให้ออกไปจากวัด เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดเนื่องจากแม่ชีทั้ง 3 คน ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน โดยอ้างเหตุผลว่า มาปฎิบัติธรรม ไม่ได้มาทำความเดือดร้อนให้ใคร ใครอยากทำอะไรก็ คำพูดดังกล่าวเหมือนเป็นการยั่วยุให้กลุ่มชาวบ้านโกธรแค้นมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลายลุกลามใหญ่โต จึงขอร้องให้กลุ่มชาวบ้านออกจ่กศาลา และขอร้องให้แม่ชีทั้ง 3 คนเก็บเสื้อผ้าข้าวของออกจากวัดไป แต่แม่ชีทั้ง 3 คน ก็ไม่ยอมปฎิบัติตาม

จนกระทั่งเวลา 11.00 น.พระครูโสภณกาญจนภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พระครูปริยัติชัยกาญจน์ เจ้าอาวาสวัดเขาล้านธรรมมาราม องค์ใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้ง รวมทั้งพระเณร ได้เดินทางมาที่วัด เพื่อเจรจากับแม่ชีทั้ง 3 คน โดยการเจรจาเป็นไปอย่างสงบ

พระครูโสภณกาญจน์ภรณ์ ได้สอบถามประวัติความเป็นมาของแม่ชีทั้ง 3 พร้อมทั้งขอให้แม่ชีทั้ง 3 คนรวมทั้งพระภิกษุและแม่ชีที่เดินทางไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด ให้เดินทางออกจากวัด โดยให้กลับไปปฎิบัติธรรมยังจังหวัดภูมิลำเนาที่เดินทางมา เนื่องจากกลุ่มชาวบ้านและญาติธรรมไม่ต้องการให้อยู่ภายในวัดแห่งนี้ หากยังดื้อดึงที่จะอยู่จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดในข้อหาบุกรุกทันที รวมทั้งข้อหาทำลายสิ่งของภายในวัด เนื่องจากผลการตรวจสอบภายในวัดพบว่า ประตูพระอุโบสถมีการทำลายงัดกุญแจประตูพระอุโบสถอีก 1 ข้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเจรจาระหว่างเจ้าคณะอำเภอฯ และเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่กับแม่ชีทั้ง 3 คน ซึ่งยืนกรานจะไม่ยอมไปไหน โดยจะขออยู่ปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้ต่อไป ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับฟังต่างไม่พอใจ บางรายส่งเสียงโห่ไล่ให้ออกไปจากวัดทันที บางรายโดยเฉพาะผู้หญิงถึงกับจะลุกขึ้นอุ้มแม่ชีทั้ง 3 คนให้ออกไปจากศาลา เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดและบานปลาย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลตวามสงบเรียบร้อยต้องขอร้องกลุ่มชาวบ้านไม่ให้กระทำเช่นนั้น จนในที่สุดผลการเจรจาได้ข้อยุตื คือ แม่ชีทั้ง 3 คนต้องเก็บเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใข้ต่างๆ ออกจากวัดภายในระยะเวลา 16.00 น.หากยังดื้อแพร่งจะถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกทันที จนในที่สุดแม่ชีทั้ง 3 คนทนแรงกดดันไม่ไหว จึงเดินออกจากศาลาไปยังห้องพักเพื่อเก็บเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อเดินทางออกจากวัดไป โดยตลอดเวลาที่แม่ชีทั้ง 3 เก็บข้าวของภายมรห้องพัก มีกลุ่มชาวบ้านนั่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องตลอดเวลา

มีรายงานข่าวว่า แม่ชีทั้ง 3 คน ภายหลังเดินทางออกจากวัดไปแล้วได้เดินทางไปร่วมกับพระสงฆ์และแม่ชีที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี โดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนย้ายไปไหน