คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้รหัส "ประยุทธ์2/1" นอกจากจะไม่มีช่วงเวลาของการฮันนีมูน เพื่อชื่นชมกับตำแหน่งในฝ่ายบริหารกันแล้ว ยังปรากฏว่า "รัฐมนตรีบางราย" ยังถูก "พรรคฝ่ายค้าน" ประกาศจองกฐินเตรียมซักฟอกในวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ไม่ต้องรอพิสูจน์ "ผลงาน"แต่อย่างใด

ทั้งนี้ในวันที่ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน ภายในวันเดียวกัน ก็จะมีการประชุมครม.นัดแรกทันที เพื่อเริ่มนับหนึ่งโดยเร็วที่สุด แม้ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาได้มี "รัฐมนตรีป้ายแดง" หลายคนได้ลงพื้นที่ หาข้อมูล เตรียมขับเคลื่อนงานในกระทรวงที่ตัวเองได้เข้าไปนั่งกำกับดูแลบ้างแล้วก็ตาม

เพราะต้องไม่ลืมว่า วันนี้ประเด็นที่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รีเทิร์นกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯเป็นรอบที่2 ได้เผชิญกับการถูกสั่นคลอน "ความเชื่อมั่น" นับตั้งแต่ที่มี โผครม. อย่างไม่เป็นทางการ หลุดออกมาผ่านสื่อ ก่อนหน้านี้แล้ว และยิ่งเมื่อ รายชื่อครม.ชุดใหม่ตัวจริงเสียงจริง เผยโฉมก็ยัง ไม่มีการ "พลิกโผ"เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ยิ่งเหมือนเป็นการท้าทาย "กระแสสังคม" ไปพร้อมๆกับการสะท้อนให้เห็นว่า นับจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมจะพารัฐนาวา ฝ่า "เสียงยี้" ที่ดังมาจากทุกทิศทุกทาง

แต่ถึงกระนั้นลึกๆแล้ว นอกเหนือไปจากท่าทีที่ดูเหมือนท้าทาย ไม่ยี่หร่ะต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้าน ทว่าในอีกด้านหนึ่งเบื้องลึกเบื้องหลังของโฉมหน้าครม.ที่ดูขี้เหร่เช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ "หมากบังคับ" เป็นเรื่องที่ "บิ๊กทหาร" ต้องปูนบำแหน็จแก่ "มือทำงาน" เป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่รัฐบาลใหม่ ของพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อ "ลดแรงกดดัน" และ "เรียกความเชื่อมั่น" ให้กลับคืนมาโดยเร็ว และมากที่สุดเท่านั้น แต่อย่าลืมว่า การเคลื่อนไหวของ "พรรคฝ่ายค้าน" อย่าง "พรรคอนาคตใหม่" ที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้ ค่อนข้างมีรูปแบบที่ชัดเจน

เมื่อ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยกคณะไปเดินสายที่ต่างประเทศ ปรากฏว่าส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคเองก็เปิดเกม "ชิงมวลชน" ด้วยการเดินสายพบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาปากท้อง อันเป็นเหมือน "จุดอ่อน" ของรัฐบาลประยุทธ์ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งที่ยัง "แก้กันไม่ตก" !

ดังนั้นหากจะปล่อยให้วันเวลาเดินหน้าต่อไป โดยที่รัฐบาล ใช้เวลาไปกับการโหมโรง เพราะอย่าลืมว่า ยิ่งล่าช้า จะยิ่งเสียงานใหญ่ และยิ่งเมื่อคสช. ปักธง "อยู่ยาว" และ "แพ้ไม่ได้" ด้วยแล้ว การเร่งเครื่องเพื่อสร้างผลงาน ไปพร้อมๆกับการหาทาง "ชิงพื้นที่สื่อ"กลับคืนเพื่อใช้เวลาที่มีอยู่เร่ง "ครองใจ" ประชาชน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะหากการรีเทิร์นกลับมารอบสองของบิ๊กตู่ ครั้งนี้ย่อมมีเดิมพันที่สูงลิบลิ่วและที่สำคัญ คือ "แพ้ไม่ได้" !