หนุ่ม พนง.อบต.บัวทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกชายฉกรรจ์ 5 คน สวมเสื้อคลุมมิดชิดและหมวกกันน๊อคสีดำแบบเต็มใบคล้ายแก๊งทวงหนี้ ขับรถไล่ชนก่อนรุมทำร้าย ยันไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่เห็นมี จยย.มาจอดร้านค้าในหมู่บ้าน 3 วัน ติดกันก่อนถูกทำร้าย ฝากถามคนที่รุมทำร้ายว่าเพราะสาเหตุอะไรถ้าแค่ไม่พอใจที่มองหน้าทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ ภรรยา วอน จนท.เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

วันที่ (12 ก.ค.62) จากกรณีที่มีชายฉกรรจ์ 5 คนแต่งกายคล้ายแก๊งทวงหนี้ ขับรถจักรยานยนต์ 3 คัน ไล่ชนรถจักรยานยนต์ของ นายกฤษณะ ศรีสุภา พนักงานจ้างเหมาบริการ ปฏิบัติงานฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บัวทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ บริเวณจุดกลับรถหน้าวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ก่อนถึง อบต.เพียง 200 เมตร จนเสียหลักล้ม จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้รุมทำร้าย โดยใช้ไม้เบสบอลที่ตอกตะปูติดไว้ให้ปลายแหลมโผล่ออกมา กระหน่ำตีจนนายกฤษณะ บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดนายกฤษณะ หนุ่มพนักงาน อบต.ที่ถูกรุมทำร้าย ยังคงรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมชั้น 6โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งยังคงอาการสาหัสเนื่องจากต้องผ่าตัดขาขวาท่อนล่างเพราะถูกของแข็งตีจนกระดูกหัก ทั้งต้องให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ และให้ยาแก้ปวดทุก 4 ชั่วโมง ทั้งนี้แพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

จากการสอบถาม นายกฤษณะ ซึ่งยังพอพูดคุยได้ ก็เผยถึงนาทีที่ถูกรุมทำร้ายว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นชายฉกรรจ์ซึ่งแต่งกายคล้ายแก๊งทวงหนี้ใส่หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้ามิดชิด มาจอดที่ร้านค้าในหมู่บ้านติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งร้านค้าดังกล่าวก็อยู่ทางผ่านที่ตนเองต้องขับรถไปทำงานเป็นประจำ ซึ่งตอนที่ขับรถผ่านก็หันไปมองตามปกติ ไม่ได้ถึงขนาดจ้องหน้าหาเรื่องอะไร อีกทั้งชายฉกรรจ์ดังกล่าวก็สวมหมวกกันน๊อคแบบเต็มใบก็ไม่ได้เห็นหน้าตาเลย และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือผิดใจกับใคร เพราะตนไม่ได้ออกไปเที่ยวหรือสุงสิงกับใคร ก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวถึงได้มารุมทำร้ายตนเอง หากจับกุมได้ก็อยากจะถามเหตุผลเหมือนกัน

และหากคนที่ทำร้ายตนเองไม่พอใจที่ตนไปมองหน้า แล้วมารุมทำร้ายกันสาหัสถึงขนาดนี้ก็คิดว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงมาก ทั้งที่ไม่ได้เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนเลย ซึ่งหลังจากที่ถูกทำร้ายจนสาหัสก็ส่งผลกระทบทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องครอบครัว และไม่รู้ว่าจะต้องรักษาตัวอีกนานแค่ไหน จึงจะไปทำงานได้ตามปกติ ก็อยากวอนให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วด้วย

ด้าน น.ส.ปุณณดา โทนะพันธ์ อายุ 27 ปี ภรรยาของหนุ่ม อบต.ที่ถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บ บอกว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายสามีจนบาดเจ็บสาหัสนั้น เป็นการกระทำโหดร้ายมาก โดยเฉพาะถ้าแค่ไม่พอใจที่สามีมองหน้าก็ยิ่งไม่สมควรจะกระทำอย่างยิ่ง เพราะคนเราขับรถผ่านก็ต้องหันไปมองเป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหาเรื่องอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นกับสามีก็ส่งผลกระทบทั้งเรื่องการงาน และครอบครัว เพราะปกติสามีจะขับรถไปส่งตนเองทำงานโดยเฉพาะต้องไปเข้าเวรตอนกลางคืน ทั้งยังต้องส่งลูกไปโรงเรียน ก็อยากฝากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวกลุ่มคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจากที่เห็นคิดว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนในหมู่บ้านอย่างแน่นอน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็ได้ลงพื้นที่สอบสวนพยานแวดล้อม พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ารถของกลุ่มผู้ก่อเหตุขับผ่าน เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวมาดำเนินคดี