PTT-KV-DJSI-Online

วันที่ 11 ก.ค.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุกป่าสงวนผาหินดำ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ระบุว่า...ผาหินดำ ส.ป.ก.4-01 และช่องว่างที่ทำให้เกิดการบุกรุกป่าสงวนผาหินดำ ตอนที่ 1] อยากให้ลองอ่านกันให้จบนะครับ เรื่องนี้มีประเด็นต้องทำความเข้าใจกันอยู่บ้าง แต่ไม่ยากเกินแน่นอนครับ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ผมได้ลงพื้นที่ผาหินดำ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากทราบมาว่ามีการบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดเพื่อใช้ประโยชน์โดยผิดกฎหมาย
เรื่องราวเป็นมาอย่างนี้ครับ..

เดิมทีนั้นพื้นที่บริเวณนั้นเป็นเขตป่าไม้ และได้มีการออกใบอนุญาต ส.ป.ก.4-01 ให้ใช้เพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรให้มีที่ดินทำกินได้ ในเวลาต่อมามีการตรวจสอบกลับพบว่าบางรายก็ขาดคุณสมบัติ ไม่ใช่เกษตรกร บางรายไม่ได้นำที่ดินไปทำการเกษตร จึงมีมติเพิกถอนส.ป.ก.4-01 และส่งคืนอำนาจหน้าที่ในการดูแลที่ดินกลับให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ใต้สังกัดกรมป่าไม้ เมื่อปีพ.ศ.2546

แต่เมื่อผมลงพื้นที่ไปดูพบว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน โดยมีการปลูกต้นปาล์มที่อายุประมาณ 5ปี มีการปรับหน้าดินมีลักษณะเป็นลาน
เมื่อสืบค้นข้อมูล ก็พบว่ามีการอ้างว่าผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเหนือที่ดินผืนป่าผืนนี้คือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต (สนง.ทสจ.ภก) แต่ก็มีการอ้างว่าทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจานุเบกษาให้ชัดเจนเพื่อคืนอำนาจการดูแลที่ดิน แต่ทางส.ป.ก. ก็แจ้งว่าเมื่อส่งมอบแล้ว อำนาจหน้าที่ในการดูแลเหนือที่ดินจึงกลับคืนไปยังสนง.ทสจ.ภก โดยทันทีและไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจานุเบกษา จนเกิดการโยนความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน

อ่านถึงตรงนี้พอจะเห็นช่องว่างไหมครับ? ช่องว่างที่นายทุนจะเข้าไปมีส่วนในผลประโยชน์จากป่าสงวนได้

ข้อเสนอของผมจึงมีดังนี้ครับ
1. ให้สนง.ทสจ.ภก และส.ป.ก. ที่รับผิดชอบในพื้นที่ จับมือกันไปนำชี้พื้นที่เพื่อทราบแนวเขตที่ชัดเจนในพื้นที่พิพาท
2. ให้ส.ป.ก.กันพื้นที่คืนสนง.ทสจ.ภก (ส่งมอบอำนาจความรับผิดชอบเหนือพื้นที่นั้นคืนกรมป่าไม้)