การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นนัดสุดท้ายสั่งลา "ประยุทธ์ 1" แน่นอนว่าบรรยากาศและประเด็นหลักๆที่มีการพูดถึงคือการอำลาระหว่าง "รัฐมนตรี" ในครม.ชุดปัจจุบัน เพราะอย่าลืมว่า รัฐมนตรีบางคน ก็ไม่ได้รับวีซ่าให้ "ไปต่อ" นั่งร่วมครม. "ประยุทธ์2/1"

" หลังจากเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ผมตั้งใจที่จะคุยกับคณะรัฐมนตรีสักครั้งหนึ่งก่อน เหมือนเป็นการปฐมนิเทศ พบปะหารือ พูดคุยกันถึงแนวทางการทำงาน และคงใช้เวลาไม่มากนัก

วางแผนไว้ว่าหลังพิธีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญจะต้องพิจารณาร่วมกันในเรื่องนโยบายของรัฐบาล อย่างวันนี้ได้มีการหารือในระดับของพรรคการเมืองต่างๆไปบ้างแล้ว ว่าจะมีความสอดคล้องกันอย่างไร"

บางส่วนบางตอนจากการให้สัมภาษณ์ ของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลังการประชุมครม.นัดสั่งลา รัฐบาลชุดเก่า และเตรียมแผนงานใหม่สำหรับ "ประยุทธ์2/1"

วันนี้โฉมหน้าที่แท้จริงของครม.ชุดใหม่ ยังไม่ปรากฎ เนื่องจากต้องโปรดเกล้าฯ รายชื่อลงมาก่อน จากนั้นเมื่อมีครม.ชุดใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนพร้อมเข้ามานั่งบริหารงาน นั่นหมายความว่าหมวกใบสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ "หัวหน้าคสช." จะสิ้นสุดลงโดยปริยาย

แต่ถึงกระนั้นใช่ว่า "ดาบอาญาสิทธิ์" คือ "ม.44"ที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยถือเอาไว้ ตลอดระยะเวลากว่า 5ปีที่ผ่านมา จะเป็น "อาวุธ" ชิ้นสุดท้าย เพราะอย่าลืมว่าอำนาจในการตัดสินใจยุบสภา เพื่อสยบความวุ่นวายของ "นักการเมือง" นั้นยังมีอยู่ และที่ลึกไปกว่านั้นคือการที่ "ขุนทหาร" รู้ดีว่า นาทีนี้จะมีใคร หรือพรรคการเมืองไหนที่พร้อมจะลงสนามเลือกตั้ง รอบใหม่ หลังจากที่เพิ่งเสร็จศึกกันมาเพียงไม่กี่เดือน

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการเข้ามารอบที่สองของ พล.อ.ประยุทธ์ และ "บิ๊กทหาร" ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในครม.ชุดนี้ รวมไปถึงการจัดสรร ขุมกำลังผ่าน "กองทัพ"ในการแต่งตั้งนายทหาร ในแต่ละครั้งที่ผ่านมา

ซึ่ง จะพบว่านี่คือ "ปราการหลัก" ที่มีความสลักสำคัญ ต่อรัฐบาล "ประยุทธ์2/1" ไม่น้อยไปกว่าตัว "รัฐมนตรี" ที่มาจาก "พรรคร่วมรัฐบาล" ตามโควต้าของแต่ละพรรคการเมือง ที่ต่างต้องเร่งฝีเท้าทำ "ผลงาน" ของตัวเอง ตุนเอาไว้เป็น "ทุนรอน" เก็บแต้มสะสมคะแนนนิยม เพื่อรอรับการเลือกตั้งครั้งใหม่

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งรอบใหม่อาจไม่ได้มีขึ้นรวดเร็ว ตามที่หลายฝ่ายประเมินเอาไว้ก็เป็นได้ เพราะอย่าลืมว่า หากเปรียบเวทีการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ ก็เป็นเพียง "ยกแรก" เท่านั้น

โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าด้วย "รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ" ที่ฝ่ายค้านเย้ยหยันรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น แท้จริงแล้ว โอกาสพลิกผันที่จะทำให้พรรคพลังประชารัฐกวาด ส.ส.เข้ามาเพิ่ม ยังมีต่อ "ก๊อกสอง" หาก "พรรคอนาคตใหม่" มีอันต้องถูกยุบพรรคขึ้นมาจริง

แม้วันนี้จะไม่มี คสช. หรือหัวหน้าคสช.เมื่อทันทีที่รัฐบาลชุดใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่าลืมว่า คสช.ก็ยังไมได้หายไปไหน เพราะอดีตหัวหน้าคสช. ก็คือหัวหน้ารัฐบาล "ประยุทธ์2/1" และมีอาวุธที่เหนือชั้นกว่า มาตรา 44 เสียด้วย !