ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล

ชื่อเต็มๆของข้อเขียนชิ้นว่าควรเป็น “เหล้าเก่าในขวดใหม่ (บ่มโดยต้นตำรับ)” เพราะเจ้าของงานดั้งเดิมเป็นคน “ทำซ้ำ” เอง

ตั้งชื่อง่ายๆ สั้นๆ ว่า My Songs

นี่คืออัลบั้มใหม่ล่าสุดของ สติง หรือนามจริง กอร์ดอน ซัมเนอร์ ที่เลือกเฉลิมฉลองการเดินทางบนถนนสายดนตรีกว่าสี่ทศวรรษ ด้วยการนำบทเพลงฮิทในอดีต-ที่ยังคงความนิยมมาถึงวันนี้ คัดเลือกมาตั้งแต่สมัยทำวง เดอะ โพลิซ กับ แอนดี้ ซัมเมอร์ส มือกีตาร์ และ สจ๊วร์ท โค้ปแลนด์ มือกลอง กระทั่งแยกตัวเป็นศิลปินเดี่ยวมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้เรียงเพลงตามความเก่า-ใหม่

“เพลงเหล่านี้เป็นเหมือนเรื่องเล่าชีวิตของผมเอง บางเพลงก็เป็นการรื้อทำใหม่ บางเพลงทำให้มันลงตัวขึ้น และบางเพลงก็จัดวางกรอบโครงใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพลงเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เน้นความร่วมสมัย” สติง สรุปแนวคิดการทำงานชุดนี้ไว้อย่างนั้น

จากสิ่งที่ สติง พูด เพลงทั้งหมดใน My Songs ก็มาในรูปรอยที่เขาว่าไว้ มาในรูปแบบที่มีทั้งการบันทึกเสียงใหม่และบันทึกการแสดงสด ในอัลบั้มปกติมี 15 เพลง แต่ถ้าเป็นดีลักซ์ เอดิชั่นจะเพิ่มเป็น 18-19 เพลง ซึ่งจะมีเพลงเพิ่มอีกเพลงในบางประเทศอย่างญี่ปุ่น(“I Can’t Stop Thinking About You (Live)” และฝรั่งเศส (“Desert Rose (Extended Version)” เป็นเพลงที่ทำในนาม เดอะ โพลิซ 7 เพลง ได้แก่ “Every Breath You Take”, “Can’t Stand Losing You”, “Demolition Man”, “So Lonely”, “Message in a Bottle”, “Walking on the Moon” และ “Roxanne” กับอีก 8 เพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว คัดมาจาก 4 อัลบั้มหลักคือ The Dream of the Blue Turtles (“If You Love Somebody Set Them Free”), Nothing Like the Sun (“Fragile” / “Englishman in New York”), Ten Summoner’s Tales (“Fields of Gold” / “Shape of My Heart” / “If I Ever Lose My Faith in You”) และ Brand New Day (“Brand New Day” / “Desert Rose”)

จากรายชื่อเพลง และชื่อคนทำ-ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงเอง ทำให้เรา-คนฟัง-รู้สึกว่าน่าจะมีอะไรให้ “ว้าว!” ได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างน้อยที่สุด ก็ควรมีสีสันที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากต้นฉบับ แต่ในการ “ทำซ้ำ” หรือ “ทำใหม่” ครั้งนี้ของ สติง เขากลับเลือกที่จะเก็บโครงสร้างต้นฉบับไว้ - โดยเฉพาะเมโลดี้หลัก การเรียบเรียง และการร้องที่แทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม - แล้วเติมซุ่มเสียงใหม่ๆลงไปนิดๆ หน่อยๆ ให้พอรู้สึกว่ามีการปรับเปลี่ยนแล้วเท่านั้นเอง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ได้ยิน-ในหลายเพลง ทำได้ไม่ดีเท่าของเก่า อย่าง “Every Breath You Take” ที่ของเดิมฟังปลอดโปร่งและได้อารมณ์กว่า เช่นเดียวกับ “If You Love Somebody Set Them Free” ที่เสียงกลองโปรแกรมไม่ให้ความรู้สึก “อิ่ม” เท่าที่เคยฟัง

คนที่คิดว่าจะได้ยินได้ฟังอะไรที่ฉีกแตกต่างไปจากเดิม-เมื่อรู้ว่าเจ้าของต้นฉบับเป็นคนตีความใหม่เอง อาจจะผิดหวังด้วยชื่อชั้นของศิลปินระดับ สติง แต่กับคนที่เป็นแฟนเพลงดั้งเดิมกันมา การได้ฟังบทเพลงเหล่านี้ ก็เหมือนได้พบเพื่อนเก่าที่สนิทสนมอีกครั้ง แม้รู้ว่าเพื่อนนิสัยใจคอเปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่ก็ยอมรับได้