ต้องยอมรับว่าฉายาที่ "ไพศาล พืชมงคล" กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งมอบให้ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็น "นักฆ่าแห่งบ้านนรสิงห์" นับว่าน่าสนใจและกำลังสะท้อนอีกบทบาทหนึ่งของความเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเอาหลายคนอาจคาดไม่ถึง ว่า ที่สุดแล้ว บิ๊กตู่ จะส่งเสียงคำรามมาจาก นครโอซาก้า เพื่อสยบความวุ่นวายการเมืองที่เมืองไทย ด้วยความแข็งกร้าว

"ท่าทีของลุงตู่ต่อการเรียกร้องกดดันเพื่อเอาตำแหน่งรัฐมนตรีของนักการเมืองกลุ่มต่างๆ ชัดเจนแล้วว่า ลุงตู่ จะเป็นนายกรัฐมนตรีแบบไร้พรรค!!

คือ เมื่อนั่งเรือถึงฝั่ง ขึ้นจากเรือแล้วก็จะไม่แบกเรือไปด้วย และน่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคตามที่เป็นข่าว ซึ่งจะทำให้ลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีแบบเดียวกับที่ป๋าเปรมเคยเป็นมาแล้ว" (30มิ.ย.2562)

หากจะเปรียบว่า "ป๋าเปรม"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้ล่วงลับเคยได้รับฉายา "นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ด้วยผ่านสมรภูมิการเมืองมาได้ทุกยุคทุกสมัย จะผิดแผกแตกต่างกันก็ด้วยบุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ตรงไปตรงมา และแข็งกร้าว ประหนึ่งว่าไม่ได้งอนง้อ บรรดา "เสือ สิงห์ กระทิง" ทางการเมืองที่กำลังเปิดศึก "ชิงเก้าอี้รัฐมนตรี" ในพรรคพลังประชารัฐ เกิดเป็นแรงกระเพื่อม ปรากฎออกมาเป็นข่าวตลอดห้วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าว ผุดขึ้นเป็นระลอกๆว่า อีกไม่ช้า ไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์ จะก้าวขึ้นมานั่ง "หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ" เพื่อ กำราบทุกกลุ่มก๊วนภายในพรรคพลังประชารัฐให้อยู่ในความสงบ ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปจนถึง "เตือน" พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอาจจะยิ่งสร้างปัญหามากขึ้นกว่าเดิม เพราะการเข้าไปนั่งในเก้าอี้หัวหน้าพรรคการเมือง หากเกิดปัญหากับพรรค ก็จะลามมาถึงตัวหัวหน้าพรรคโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว จนถึงเวลานี้ อยู่ที่ "กลุ่มสามมิตร" เองรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายออกแรงใช้ "พลังดูด" ดึงแกนนำจากพรรคต่างๆให้เข้ามาสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แต่กลับได้เก้าอี้รัฐมนตรีอย่างไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับ "กลุ่มกปปส." ที่มีผลงานน้อยกว่า

ยิ่งเมื่อแกนนำหลักของกลุ่มอย่าง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" ของสามมิตร ถึงกับมีแวว หลุดจากเก้าอี้ตัวใหญ่ คือ "รมว.พลังงาน" แถมยังต้องเสียที่นั่งให้กับ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ก็ "ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ" ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำกลุ่มกปปส. ยิ่งกลายเป็น "ความร้าวลึก"

การเล่นบทแข็งของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสยบทุกความวุ่นวาย ยุติทุกการต่อรองภายในพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ แน่นอนว่า ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะมานั่งหัวหน้าพรรคตามกระแสข่าวลือหรือไม่ก็ตาม แต่การดำรงอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะไม่ยอมอยู่ภายใต้แรงกดดัน จาก "ฝ่ายการเมือง" เหมือนกับที่ "นักการเมือง" เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน ไม่เช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ส่งสัญญาณข้ามประเทศ

"รายชื่อที่เสนอมาเป็นรัฐมนตรีส่วนตัวรู้จักทุกคน จึงขออย่าให้เกิดความวุ่นวายมาก ขณะนี้ในต่างประเทศให้การยอมรับว่าไทยมีรัฐบาลแล้ว ถ้าหากต่อไปไม่ดีสามารถแก้ไขได้ โดย ยืนยันได้ทำความเข้าใจกับทุกคนแล้ว และทุกคนเข้าใจกันดีไม่มีปัญหา เพราะต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต้องเข้าใจผม เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี" (29มิ.ย.)

จะด้วยเพราะพล.อ.ประยุทธ์ อ่านเกมได้ลึกซึ้งว่า นาทีนี้คงไม่มีใครอยากเลือกตั้งใหม่ เพราะเพิ่งเหนื่อยล้าจากศึกเลือกตั้งเมื่อ 24มี.ค.ไปหมาด ๆหรือจะด้วยเพราะ หัวหน้ารัฐบาลที่ชื่อบิ๊กตู่ มี "กองทัพ" ที่กล้าแข็ง เป็นเสาค้ำที่มั่นคง เหนือกว่านักการเมือง ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น !