ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นลีกที่ได้รับความสนใจจากบรรดา “คอบอล” จากทั่วทุกมุมโลก ให้เป็นลีกที่มีความ “มันส์ เร้าร้อน และถึงใจ” แฟนบอลมากกว่าลีกอื่นๆ โดยเฉพาะ ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากมีคิวลงเตะนัด“แดงเดือด”กันเมื่อไหร่รับประกันได้เลยว่า“ท้องถนน” ของทุกประเทศจะต้อง “โล้ง” อย่างแน่นอน เพราะต้องนั่งลุ้นกันหน้าจอ ว่าทีมไหน จะคว้าชัยชนะ และ ในวันรุ่งขึ้น “แฟนบอล” ของทีมที่พ่ายแพ้จะต้องเก็บเนื้อ เก็บตัว “ป่วยกระทันหัน” อยู่แต่ในบ้านซักระยะหนึ่ง ถามว่า เพราะอะไร..คงบอกได้คำเดียวว่า “อาย...!!!” เท่านั้น

และยิ่งฤดูกาล “2019-2020” ที่กำลังจะมาถึง ทีมหัวแถวชั้นนำ นอกจาก“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็น “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้แชมป์เก่า “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี รวมทั้งทีมกลางตาราง จะต้องเร่งเสริมทัพ ปรับแต่งทีมกันยกใหญ่

โดยทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ผู้จัดการทีม ต้องเร่งกำจัดตัวปัญ หา คือ “ปอล ป็อกบา” เป็นงานแรก ก่อนที่จะเสริมทัพสู้ศึกในฤดูกาลใหม่ เพราะที่ผ่านมา ทีม “ปีศาจแดง” จะมีเรื่องเกี่ยวกับศึกภายในมากกว่าศึกภายนอก

“ เอ็ด วู้ดเวิร์ด” รองประธานฝ่ายบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปัดรับข้อเสนอที่ “ปารีส แซงต์ แชร์แมง” ขอแลกตัว “เนย์มาร์” สตาร์ทีมชาติบราซิล กับ “ปอล ป็อกบา” เนื่องจากมองว่า “เนย์มาร์”นั้นมีค่าตัวแพงเกินไป และค่าเหนื่อยที่คาดว่าได้รับจาก “เปแอสเช”กว่า 900,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (36 ล้านบาท) สูงเกินกว่าจะรับได้

ด้าน“แกรี่ เนวิลล์” ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงแนะนำ “ปีศาจแดง” ให้ขาย “ปอล ป็อกบา” ออกหากนักเตะไม่มีใจอยากเล่นให้กับทีมแล้ว

“เนวิลล์” บอกว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องรั้งนักเตะคนใด แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ดีขึ้นเมื่อมี “ปอล ป็อกบา” ลงเล่น แต่ถ้านักเตะไม่ต้องการอยู่กับสโมสร คุณต้องเดินหน้ากับนักเตะที่มีอยู่

ขณะเดียวกัน “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ผู้จัดการทีมแมนฯยู พยายามที่จะยกเครื่องขุมกำลังครั้งใหญ่ โดยเป็นที่เชื่อว่า “เรอัล เบติส” ตั้งค่าฉีกสัญญาของเขาเอาไว้ที่ 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท)

ส่วนทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยอดทีมในศึกพรีเมียร์ลีก เตรียมขยับ ปาดหน้ายักใหญ่อย่าง “พีเอสวี ไอน์” โฮเฟ่น และ “อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม” คว้าตัว “เซปป์ ฟาน เด็น เบิร์ก” ปราการหลังวัย 17 ปี ที่มีความสูงถึง 189 เซนติเมตร จากทีม “ซโวลเล่” PEC Zwolle ในลีกสูงสุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโร แม้ว่า “เซปป์ ฟาน เด็น เบิร์ก” จะมีอายุเพียงแค่ 17 ปี แต่ก็มีประสบการณ์เล่นในลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ มาแล้วถึง 14 เกม ถูกจับตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งที่ร้อนแรงไม่แพ้ “มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์”

ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้แชมป์เก่า ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ตอบรับค่าตัวเป็นสถิติโลกกองหลังแพงที่สุดมูลค่า 80 ล้านปอนด์ ในการปล่อยตัว “แฮร์รี แม็คไกร์” กองหลังตัวเก่งไปสู่อ้อมกอดของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งค่าตัวของ “แฮร์รี แม็คไกร์” จะทุบสถิติเก่าของ “เวอร์จิล ฟานไดค์” โครตกองหลังของ ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในราคา 75 ล้านปอนด์ พร้อมรับค่าเหนื่อยสูงถึง 280,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สมใจ ยอดกุนซือ “เป๊ป กวาร์ดิโอลา” ที่จะนำตัวไปผนึกกำลังจับคู่กับ “แอมริก ลาปอร์ต” คุมแผงหลังแทน “นิโกลัส เอร์นัน กอนซาโล โอตาเมนดิ” ที่มีแววจะย้ายออกจากถิ่น “เอติฮัดสเตเดียม” ในเร็ววันนี้ ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบไม่ว่าจะเป็น “เควิน เดอร์บรอน” , “เบอร์นาร์โต ซิลวา”

ขณะที่ “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี ต้องปวดหัวตั้งแต่เริ่มปิดฤดูกาล เมื่อ “เมาริซิโอ ซาร์รี่” กุนซือ ได้โบก มือลาทีม กลับไปคุมทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในลีกอิตาลี โดยมี “ แฟรงค์ แลมพาร์ด” อดีตนักเตะเป็นแคนดิเดตเข้ามาคุมทีมแทน

“ดิดิเยร์ ดร้อกบา” ตำนานหัวหอกของ เชลซี ออกมายืนยันว่า อดีตต้นสังกัด กำลังเจรจาเพื่อดึงตัว “แฟรงค์ แลมพาร์ด” กลับมานั่งเก้าอี้นายใหญ่จริง หลังกุนซือ “ดาร์บี เคาน์ตี” ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ เชลซี คนปัจจุบัน ถูกยกเป็นเต็งจ๋าที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทนที่ “เมาริซิโอ ซาร์รี” มาโดนตลอด

และหากเป็นจริง เชื่อว่า “แฟรงค์ แลมพาร์ด” คงต้องปรับจูน ตัวผู้เล่นกันยกใหญ่ หรืออาจจะมีการล้างบางนักเตะบางรายที่ไม่อยู่ในแผนการคุมทีม รวมทั้งต้องหาตัวตาย ตัวแทน “เอเดน อาซาร์” กองกลางทีมชาติเบลเยียม หลังย้ายไปเป็นนักเตะใหม่ของ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด แห่งลา ลีกา สเปน ด้วยค่าตัว 150 ล้านปอนด์ หรือราว 5,200 ล้านบาท ให้ได้ เพราะที่ผ่านมา การขับเคลื่อนของทีมมาจาก “เอเดน อาซาร์” เป็นส่วนใหญ่

ด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2018-2019ถือเป็นฤดูกาล ที่ขรุขระและย่ำแย่ แต่ก็ยังมีโอกาสเข้าชิง “โทรฟี่ยูโรปา” มาประดับตู้โชว์ ก่อนจะพลาดท่าพ่าย”เชลซี”ไปอย่างหมดรูป ได้เร่งปรับปรุงทีมคว้าตัว “ดานี่ เซบายอส” กองกลางตัวสำรองจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยอดทีมในศึกลาลีก้า ประเทศสเปน โดยกำลังพิจารณาจ่ายเงิน จำนวน 45 ล้านปอนด์ ตามที่ถูกตั้งค่าตัวไว้

ทั้งนี้ “ดานี่ เซบายอส” ห้องเครื่องวัย 22 ปี ทำผลงานไว้โดดเด่นในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่น U-21 เมื่อปี 2018 ด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอบครอง จนทำให้เจ้าตัวกลายเป็นที่หมายตาของทีมดังอย่าง “บาร์เซโลน่า” แต่แล้วก็เป็น “เรอัล มาดริด” ที่ปาดหน้าดึงมาร่วมทีม แต่เจ้าตัวก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถแย่งตัวจริงในทีมได้

ขณะที่ สาวก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ สามารถตกลงราคา “ต็องกีย์ เอ็นด็อมเบเล” มิดฟิลด์ของ “โอแอล” โอลิมปิก ลียง ได้เป็นที่เรียบร้อย ในราคา 65 ล้านปอนด์ (ราว 2,600 ล้านบาท)ก่อนจะมีการตรวจร่างกายและย้ายทีมอย่างเป็นทางการต่อไป โดยจะกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดคนใหม่ของสเปอร์ ทุบสถิติ “ดาวิซอน ซานเชซ” ที่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ 42 ล้านปอนด์ (ราว 1,680 ล้านบาท) เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สเปอร์ส ได้ร่วมวงแจม “อาร์เซนอล”แย่งเซ็นสัญญา “วิลเลียม ซาลิบา” กองหลังดาวรุ่งของแซงต์ เอเตียน ที่มีค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,080 ล้านบาท)

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพของแต่ละทีมที่ถือว่ามีโอกาสคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล “2019-2020”มากที่สุด!

แต่...ก็อย่ามองข้ามทีมเล็กๆ ที่ยังไม่ได้โชว์ของดีให้เห็นกัน!

อดีตเคยมี “จิงจองสยาม”หักปากกาเซียน เถลิงแชมป์!

ครั้งนี้ใครเชียรร์ ใคร...แบ่งใจ ไว้ผิดหวัง

ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ่นได้

อย่าคำที่กล่าวไว่ว่า “เซียร์อยู่รู หนูอยู่ตึก”