เตรียมประลองศึกสนามเล็ก !
ศึกใหญ่ สังเวียนหลัก ยังคงเป็นเป้าหมายที่ทั้ง “ฝ่ายค้าน” และ “รัฐบาล” ยังคงต้องเดินหน้า ผลัดกันรุก ผลัดกันรับต่อไป ทั้งการรับมือกับ งานในสภาผู้แทนราษฎร ที่พบว่า “7พรรคฝ่ายค้าน” ต่างแข็งขัน ร่วมแรงร่วมใจ ขย่มรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น

โดยเฉพาะการวางเกมการเล่นงานรัฐบาล ของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยการยื่นญัตติและกระทู้ถาม กันทุกสัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องไปรอการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ส่งผลให้ “พรรคร่วมรัฐบาล”เองต้องประชุมเพื่อวางแผนรับมือเกมในสภาฯ จากฝ่ายค้าน ในฐานะหน้าที่พิทักษ์ รัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ หากเปิดหน้าให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “พรรคอนาคตใหม่” ที่กำลังเร่งทำผลงาน สามารถ “ทำแต้มต่อ” ก่อนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยคดี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือหุ้นในธุรกิจสื่อออกมา ในเร็วๆนี้

ขณะเดียวกันยังต้องไม่ลืมว่า การต่อสู้ทางการเมืองยังไม่ได้ยุติลงเพียงเท่านี้ หากแต่ยังมี “เกมใหม่” ในสนามใหม่ที่รอเป็นคิวต่อไป

นั่นคือการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และแน่นอนว่าสนามเลือกตั้ง ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาครอบนี้จะเป็นเสมือน “ภาคต่อ” จากการเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไม่ต้องสงสัย !

การเดินสายของ “แกนนำพรรคอนาคตใหม่” ในจังหวัดต่างๆ ยังมีเป้าหมายไปที่การหาเสียงล่วงหน้าให้กับ “ว่าที่ผู้สมัคร” ที่จะมาจากนักการเมืองท้องถิ่น อันมีความเชื่อมโยงมาจากกาารเลือกตั้งระดับส.ส.ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกันกับ พรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาล เอง โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ที่การกวาดทุกชัยชนะ เพื่อ “แก้มือ” อีกครั้ง สำหรับในหลายพื้นที่ อันเป็นเป้าหมายหลัก

อย่างไรก็ดี หากประเมินในแง่ของ “ความพร้อม” ทั้งปัจจัยสารพัดด้าน ต้องยอมรับว่า พรรคพลังประชารัฐ จะเป็นฝ่าย “กุมความได้เปรียบ” เอาไว้เหนือทุกพรรคการเมืองอื่น อย่างไม่ต้องสงสัย

เริ่มกันตั้งแต่การจัดวางขุมข่ายกำลัง ทั้งทุนรอน ไปจนถึงการจัดตัวรัฐมนตรี ที่จะลงไปคุมกระทรวง และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการส่งผลดี ผลเสียต่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่มีแขนขาเครือข่าย ครอบคลุมไปในทุกระดับ นอกจากนี้ยังต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ การใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. ผ่านมาตรา 44 ในการล็อคนักการเมืองระดับท้องถิ่น อันมีคุณมีโทษ ต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ย่อมถูกมองและจับตากันมาโดยตลอดว่า ที่สุดแล้วสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น รัฐบาลและคสช.ต่างสแกนทุกพื้นที่ เอาไว้หมดแล้ว

อีกทั้งในการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา ยิ่งเป็นการสะท้อน ให้คสช.และพลังประชารัฐ มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นว่า พื้นที่ใด ที่ขาด พื้นที่ไหน ควรเท ปัจจัยด้านใดลงไปเสริมทัพ

ด้วยเหตุนี้ ศึกสนามเล็ก จึงส่อเค้า เข้มข้น ดุเดือดกันอย่างเงียบๆ!