เรื่อง : นายปรีชา สถิตเรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

"ศึกสนามใหญ่" เพิ่งปิดฉากลง ที่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)24 มี.ค.ไปเรียบร้อยแล้ว จากนี้ "ศึกสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่น" กำลังจะเปิดฉากขึ้น ในอีกไม่กี่อึดใจ และแน่นอนว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นครั้งนี้ จะเต็มไปด้วยความเข้มข้น เพราะไม่เพียงแต่จะการรักษาพื้นทีี่ของ "คนเก่า"เท่านั้น แต่สำหรับ"หน้าใหม่" จากพรรคต่างๆยังต้องการบุกเข้ามาปักธงฐานเสียงของฝั่งตรงข้ามด้วยเฃ่นกัน

สำหรับพื้นที่เลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษ คือการชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารจังหวัด (อบจ.) สงขลา เพราะเป็นการสืบเนื่องจากการเมืองสนามใหญ่ ที "พรรคประชาธิปัตย์"และ "พรรคพลังประชารัฐ" จะต้องโคจนมาช่วงชิงที่นั่งกันรอบใหม่

โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีแนวโน้มว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.เพื่อรับตำแหน่ง "รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย" พรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ส่ง "พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี" อดีต ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ที่จะลงสมัคร นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ มาลงสมัคร นายก อบจ.สงขลา เพื่อเปิดทางให้ "ไพร พัฒโน" อดีต นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่ง " พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล" ผู้อำนวยการพรรค พปชร.ภาคใต้ ที่บริหารจัดการการเลือกตั้ง สส.ภาคใต้ประสบความสำเร็จ ซึ่งพ.อ.สุชาติ ยังถือเป็นแกนนำกลุ่มด้ามขวานไทย ที่ล่าสุดเพิ่งยอม "สงบศึก" โดยหน้านี้กลุ่มได้เคลื่อนไหวเพื่อทวงเก้าอี้รัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ จากนั้นเมื่อมีการเจรจาทำความเช้าใจจนคลื่นลมสงบลง มีรายงานว่าพรรคได้วางบทบาทสำคัญให้กับพ.อ.สุชาติ โดยมอบหมายให้ลงชิงเก้าอี้นายก.อบจ.สงขลา ในครั้งนี้

ทั้งนี้พ.อ.สุชาติ เปิดเผยว่า ตนลงสมัคร นายก อบจ.สงขลาในนามพรรค พปชร.จริง เพื่อต้องการขับเคลื่อนนโยบายพรรคในระดับจังหวัด เพราะมีการแข่งขันระหว่างพรรค พปชร.กับพรรค ปชป. จึงต้องการขับเคลื่อนนโยบาย ”เพิ่มเงินและเพิ่มคน” ของพรรคมาสู่ท้องถิ่นให้เกิดรูปธรรม

" มีผู้สมัครได้รับการเลือกตั้ง 13 เขต โดยเฉพาะใน จ.สงขลาได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 4 เขต และ อีก 4 เขตที่สอบไม่ผ่าน ผู้สมัครมีคะแนนมาอันดับสองทุกเขต จึงมีโอกาสจะได้รับการเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา สูง"