วันนี้ (14 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปติดตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับข่าวพานไหว้ครูของโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ที่มีข่าวในโลกโซเชียลว่ามีทหารและตำรวจเข้าไปสั่งลบ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปอย่างกว้างขวาง

โดย ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และได้ขอสอบถามข้อเท็จจริงจากปากของนักเรียน​ โดยตัวแทนนักเรียนได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นักเรียนทุกคนต่างทำพานไหว้ครูเหมือนเช่นทุกปี โดยมีการทำพานไหว้ครูในลักษณะหยอกล้อการเมือง ซึ่งครูที่ปรึกษาก็เห็นว่านักเรียนทำพานไหว้ครูกันลักษณะไหนและไม่มีครูคนไหนมาตำหนิการทำพานไหว้ครูแต่อย่างใด จนพิธีไหว้ครูแล้วเสร็จ

แต่เมื่อพานไหว้ครูที่เกิดปัญหาถูกนำไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ และมีคนแชร์ออกไปจำนวนมาก ทำให้ผู้บริหารเรียกนักเรียนไปพบและขอให้ลบออก และมีประโยคหนึ่งจากปากของผู้บริหารโรงเรียนที่บอกกับนักเรียนจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้คือ “หนูๆ ยังเป็นเด็กอยู่ ยังไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”
ส่วนตำรวจ ก็เป็นทางโรงเรียนเองที่ตามให้มาพบกับนักเรียน เพื่อกดดันนักเรียน โดยที่ตำรวจไม่ได้มาคุกคามอะไรนักเรียน ตำรวจไม่ได้เข้ามาเองโดยพลการตามที่ครูบางคนของโรงเรียนให้ข่าวออกไป “ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ขอให้ลบ แต่เป็นครูเองที่ตามตำรวจเข้ามาในโรงเรียน” ตัวแทนนักเรียนกล่าว

“พวกตนร่วมกันทำพานไหว้ครูจำนวน 5 คน ส่วน พานที่มีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พวกผมไม่ได้ลบหลู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยครับ เจตนาหลักๆ ของพวกผมก็คือ รักและเคารพนับถืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยครับ และอยากให้ทุกคนยึดมั่นในประชาธิปไตย ส่วนพานที่มีลักษณะคล้ายตาชั่ง เป็นการสื่อถึงเสียงของประชาชนที่มีความเท่าเทียมกับเสียงของ ส.ว.ที่เข้ามาทำงานในสภา และมีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี เท่านั้นจุดประสงค์หลักๆของกลุ่มพวกผมมีเพียงเท่านี้ และไม่มีใครสั่งให้ทำด้วย” ตัวแทนนักเรียนกล่าว

ด้านผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย รายหนึ่ง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ประเด็นเรื่องพานไหว้ครู ทุกปีก็เห็นนักเรียนทำพานลักษณะหยอกล้อการเมือง แต่ไม่เกิดปัญหา ทำไมถึงมาเกิดปัญหาในปีนี้ ในมุมของผู้ปกครองมองว่า เด็กทุกคนมีสิทธิแสดงออกทางด้านการเมือง เราควรเคารพความคิดของเด็กๆ และควรรับฟัง และไม่อยากให้ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนด้านเดียว และที่สำคัญไม่ควรให้เด็กออกมาพูดในลักษณะรับผิดกับสิ่งที่เด็กทำ เพราะเด็กๆพวกนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด

ผู้ปกครองรายดังกล่าวยังบอกอีกว่า สำหรับผู้ปกครองส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องพานไหว้ครู แต่สนใจเรื่องการตรวจสอบการทุจริตในโรงเรียนชุมพลโพนพิสัยมากกว่า จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ มากกว่าตรวจสอบเรื่องพานไหว้ครูจะดีกว่า

สำหรับ ดร.พิพัฒน์ ศรีสุขพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ขณะนี้ได้ถูกกลุ่มผู้ปกครอง ร้องเรียนกรณีลูกถูกโอนสิทธิ์การรักษาพยาบาล โดยไม่ทราบสาเหตุ และกรณี ซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้นักเรียนทั้งโรงเรียน โดยผู้ปกครองได้ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบแล้ว.
https://siamrath.co.th/n/84443