พนักงานขับรถเทศบาลนครหาดใหญ่เมาขับเก๋งพุ่งขับเลนชนร้านเสริมสวยพังยับเยินทั้งรถทั้งร้าน มีผู้บาดเจ็บ 3 คนทั้งเจ้าของร้านเสริมสวยลูกค้า และคนขับรถ ภาพวงจรปิดบันทึกนาทีพุ่งชนเอาไว้ได้ในเสี้ยววินาทีซึ่งรถพุ่งมาด้วยความเร็วแทบไม่เหยียบเบรค

เมื่อเวลาประมาณ15.00 น.วันนี้ (13 มิ.ย.62) เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค รุ่นเก่า สีบรอน หมายเลขทะเบียน กฉ 4263 สงขลา พุ่งชนเข้าไปในร้านเสริมสวยชื่อ แจ๊คกี้ แฮร์บิวตี้ซาลอน ตั้งอยู่เลขที่ 171 ถนนราษฎร์อุทิศ ย่านไทยโฮเต็ล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกนาทีขณะที่รถเก๋งคันนี้พุ่งชนเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพุ่งมาค่อนข้างเร็วภายในเสี้ยววินาทีแทบไม่ได้เหยียบเบรค และยังชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 612 สงขลา ซึ่งเป็นรถของลูกค้าที่จอดอยู่หน้าร้านเสริมเสริมพาเข้าไปอยู่ในร้านเสริมสวยด้วย

สภาพรถเก๋งพังเสียหายส่วนร้านเสริมเสริมก็พังราบคาบทั้งร้านรวมทั้งอุปกรณ์เสริมสวย โต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ในร้านก็กระจัดกระจายเรียกว่าเละเทะหมดทั้งร้าน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน คือ น.ส.พรทิพย์ การรัตน์ อายุ 33ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย และนางสาวศิรดา บีเสน อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นลูกค้า ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่แต่โชคที่บาดเจ็บไม่สาหัส ส่วนอีกคนคือ นายกรต์รพี หอมภักดี อายุ 55 ปี คนขับรถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและอยู่ในอาการมึนเมายังอยู่ในที่เกิดเหตุและยังไม่สามารถบอกอะไรได้

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถเก๋งคันนี้ได้ขับออกมาจากซอย 12 ถนนราษฎร์อุทิศ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน และพุ่งตัดถนนข้ามเลนมาด้วยความเร็วพุ่งชนร้านเสริมสวยอย่างจัง แต่ยังโชคดีที่ช่วงเกิดเหตุไม่มีรถขับผ่านมาหรือมีผู้คนอยู่หน้าร้านซึ่งอาจจะมีผู้บาดเจ็บมากกว่านี้

ส่วน นายกรต์รพี ทราบว่าเป็นพนักงานขับรถบรรทุกหกล้อของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมาล้างที่ร้านคาร์แคในย่านเกิดเหตุ และแวะไปนั่งดื่มกินกับเพื่อนจนเมา และกลับมารับรถซึ่งช่วงที่ออกจากร้านคาร์แคก็เฉี่ยวชนกับเสาร้านมาแล้วด้วย กระทั่งขับมาถึงปากซอยได้เหยียบคันเร่งเต็มพิกัดข้ามเลนพุ่งชนร้านเสริมสวยโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจะด้วยความเมาไปเหยียบเอาคันเร่งแทนเหยียบเบรค

หลังเกิดเหตุทาง ร.ต.อ.รัชกฤต ภูวเดช เดชาสิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้มาตรวจที่เกิดเหตุและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดีและค่าเสียหายของคู่กรณีต่อไป