บมจ.ฟิลิปประกันชีวิต แถลงผลประกอบการประจำปี 2561 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ 588 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 80 โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 พร้อมไปกับความมั่นคงในระดับสูงและมีเสถียรภาพ ด้วยสินทรัพย์รวม ณ ปัจจุบันกว่า 10,000 ล้านบาท และเงินทุนชำระแล้วทั้งสิ้นกว่า 3,334 ล้านบาท

นายปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นนโยบาย “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity)” ในการให้บริการทางการเงินครบวงจร (One Stop Financial Services) ด้วยการมุ่งผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ (InsurTech) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนเข้าถึงลูกค้า (Networking) ทุกภาคส่วน

บริษัทฯ พร้อมนำเสนอทางเลือกในผลิตภัณฑ์อันทันสมัย สำหรับลูกค้าที่มีความสนใจสร้างหลักประกันในชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ พร้อมไปกับสร้างความมั่งคั่ง และความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวผ่านการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน พร้อมไปกับการประกันชีวิตและประกันสุขภาพอันหลากหลาย และยังคงผสานความร่วมมือ (Synergy) กับ “บมจ. หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)” เพื่อให้บริการด้านการลงทุนและบริการทางการเงินต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “บริษัท ฟิลลิป อินชัวร์รันส์ โบรกเกอร์ จำกัด” เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าด้านการประกันวินาศภัยทุกประเภทอีกด้วย ด้วยช่องทางทั้งหมดนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสนองตอบการบริการทางการเงินครบวงจรแก่ลูกค้าได้อย่างแน่นอน

นายปรัชญา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการบริการอันทันสมัยนั้น สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่บริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทางการขายออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง รวมทั้งการนำ Application on Mobile ‘PhillipLife TH’ ให้บริการแก่ผู้เอาประกันจนได้รับความพึงพอใจอย่างยิ่ง ตลอดจนการนำเครื่องมือดิจิทัลอันทันสมัย สนับสนุนการทำงานของฝ่ายขายของบริษัทฯ ส่งผลให้พลังตัวแทนของบริษัทฯ ได้รับการพัฒนาให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลผลิตในระดับสูง เปี่ยมไปด้วยคุณภาพในระยะยาวนั้น สำหรับในปี 2562 นี้ บริษัทฯ ได้ก้าวไปอีกขั้นในการเพิ่มโอกาสและศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจฯ ด้วยการนำอินชัวร์เทคมุ่งสู่พัฒนาการบริการ “กู้เงินตามกรมธรรม์ ผ่าน Mobile Application (eLOAN)” ซึ่งเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งใน Mobile Application ‘PhillipLife TH’ สำหรับผู้เอาประกันของบริษัทฯ ปัจจุบัน ทั้งนี้ บริการ eLOAN ดังกล่าว เป็นการกู้เงินตามกรมธรรม์ (Policy Loan) ตามเอกสิทธิ์มูลค่าเงินสดที่ระบุในกรมธรรม์ของผู้เอาประกันแต่ละท่าน ซึ่งสามารถใช้สิทธิฯ นี้ ดำเนินการได้ผ่าน ‘PhillipLife TH’ Application บน Mobile Phone หรือ

Tablet ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมีเอกสารกระดาษใด ๆ มาเกี่ยวข้อง (Paperless) และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันใด ๆ โดยจะได้รับเงินกู้ฯ โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้เอาประกัน (ATS) อย่างรวดเร็วไม่เกิน 1-2 วันทำการ (ขึ้นกับเวลาที่ทำการกู้ฯ) และในทางกลับกัน ผู้เอาประกันจะสามารถชำระคืนเงินกู้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ด้วยการหักจากบัญชีธนาคารของผู้เอาประกัน (ATS) เช่นเดียวกัน

สำหรับเป้าหมายปี 2562 นี้ บริษัทฯ กำหนดเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 1,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 70 แบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 800 ล้านบาทและช่องทางอื่น ๆ อีก 200 ล้านบาท ในขณะที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 ภายใต้สินทรัพย์ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4 ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในครึ่งแรกของปี 2562 บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เด่น 2 แบบด้วยกัน ดังนี้

1. แบบประกันภัย “โปร เซฟวิ่ง 20/7 (Pro Saving 20/7)” สำหรับช่องทางตัวแทน
เป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เน้นการออมระยะสั้นเพียง 7 ปี โดยให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมผลตอบแทนระหว่างสัญญา 20 ปีที่คุ้มค่า และได้รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญาอีกด้วย แบบประกันภัย “โปร เซฟวิ่ง 20/7 (Pro Saving 20/7)” นี้ กำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี ระยะเวลาการชำระเบี้ยประกัน 7 ปี รับเงินคืนทุกสิ้นปีกรมธรรม์ (ร้อยละของทุนประกันภัย) ในปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 ปีละ 2% / ปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 ปีละ 3% / ปีที่ 11 ถึงปีที่ 15 ปีละ 4% / ปีที่ 16 ถึงปีที่ 19 ปีละ 5% เมื่อครบกำหนดสัญญาในปีที่ 20 รับเงินครบกำหนดสัญญา 835% ของทุนประกันภัย รวมแล้วรับผลประโยชน์ทั้งสิ้นสูงถึง 900% ของทุนประกันภัย

2. แบบประกันภัย “สมาร์ท โฟร์ 4/1 (Smart 4/1)” สำหรับทางช่องทางขายออนไลน์
แบบประกันภัยฯ นี้ จัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบชำระเบี้ยครั้งเดียว (Single Premium) เช่นเดียวกับแบบฯ “ซูเปอร์ เซฟวิ่ง 2/1” “นิว ทรี วัน 3/1” “นิว ไฟว์ วัน 5/1” และ “สมาร์ท เท็น 10/1” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ได้นำเสนอผ่านช่องทางขายออนไลน์และประสบผลสำเร็จมาก่อนหน้านี้

ซึ่งแบบฯ “สมาร์ทโฟร์ 4/1” นี้ เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยฯ เพียงครั้งเดียว ให้ความคุ้มครองชีวิต 110% ของทุนประกันภัยตลอด 4 ปี โดยรับเงินคืน 3% ของทุนประกันทุกสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงปีที่ 3 และรับเงินครบกำหนดสัญญา 100% ของทุนประกันภัย
นายปรัชญากล่าวตอนท้ายว่า ในครึ่งหลังของปี 2562 นี้ จะเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทาย สำหรับทุกธุรกิจประกันภัยรวมทั้งสถาบันการเงินต่าง ๆ ด้วยการแข่งขันด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของนวัตกรรมใหม่อันทันสมัยของบริษัทฯ ตลอดจน Platform รองรับต่าง ๆ ที่สามารถให้บริการทางการเงินและการประกันภัยได้อย่างครบวงจร พร้อมไปกับการพัฒนาบุคลากรอย่างมืออาชีพทั้งด้านพนักงานและฝ่ายขาย จะส่งผลให้ฟิลลิปประกันชีวิต ยังคงประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจฯ และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมไปกับหลักประกันอันมั่นคงสู่สังคมไทยในยุคดิจิทัล และนวัตกรรมอินชัวร์เทคได้อย่างแน่นอน